วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2551

แม่เภาไหว้ผี

คอลัมน์ คุยกับประภาส : แม่เภาไหว้ผี - 7 พ.ย. 2547

คอลัมน์ คุยกับประภาส โดย ประภาส ชลศรานนท์



"มันจะบ้ากันใหญ่แล้ว !!!!" เสียงขันทองดังลั่นมาตั้งแต่ประตูโรงพิมพ์

เภาละสายตาจากหน้ากระดาษต้นฉบับเงยหน้ามองเพื่อนรักเดินลงส้นปึงปังขึ้นบันไดมาด้วยโทสะ

"ไม่รู้จะงมงายกันไปถึงไหน" ขันทองนั่งลงที่เก้าอี้ของตัวเอง

"ไปโดนอะไรมาละนั่น ตาเขียวเลย" เภาสังเกตเห็นรอยคล้ำบนตาขวาขันทอง

"ที่บึงพยอม เภา "ขันทองเริ่มฟ้อง" ผู้ใหญ่บ้านสันทรายไปเอาแม่เฒ่าผีฟ้ามาจากไหนไม่รู้ แล้วก็เชือดไก่ตั้งยี่สิบกว่าตัวทิ้งน้ำ เลือดแดงไปหมด"

"บอกตำรวจหรือยัง" เภาถามเบาๆ

"บอกอย่างไรเล่าเภา ตำรวจเขาบอกเรื่องนิดๆ หน่อยๆ ไม่อยากยุ่ง แล้วชาวบ้านส่วนใหญ่ก็เอาด้วย"

เภาฟังนิ่งๆ

ขันทองบ่นต่อ "มาทำพิธีเกือบทั้งหมู่บ้าน เป็นร้อยคนได้กระมังเภา...นายตุ๊เอ๊ย" ขันทองเรียกนายตุ๊คนขับรถเป็นเหมือนคนสนิทคนหนึ่ง "หยิบยาหม่องที่ตู้ยาให้หน่อย"

แม่เภายังไม่พูดอะไร

"สงสารชาวบ้านที่โดนหลอก ยิ่งเจ้าของไก่ที่ถูกเชือดนี่นั่งร้องไห้อยู่ข้างๆ บึงเลย" ขันทองยังไม่หยุด "ผีฟ้ามันสั่งว่าห้ามเก็บสัตว์พวกนี้เพราะเป็นของบูชาของเจ้าแม่พยอมพนาลัย เจ้าแม่ที่ปกปักรักษาบึงพยอม เธอเคยได้ยินไหมเภา"

"เจ้าแม่พยอมพนาลัย" เภาทวนชื่อ

"อย่าบอกนะว่าเธอเคยได้ยิน ยิ่งฉันเห็นมันเรี่ยไรเงินแล้วทนไม่ไหว เดินเข้าไปบอกชาวบ้านว่าอย่าไปงมงายอะไรเลย แล้วก็โดนเขาเบียดออกมา"

"แล้วตาที่เขียวนั่นละ"

"ตอนเบียดออกมาใครก็ไม่รู้แถมมาให้ด้วยข้อศอก เจ็บจริงๆ"

"ขนาดแม่เลี้ยงขันทองพูด ยังไม่มีมีใครฟังอีกหรือ" แม่เภารำพึงขึ้น

"บ่ายนี้เขาจะทำพิธีกันอีกรอบ เห็นเขาว่าจะเชือดแพะอีกสามสิมสามตัว ขอบใจมากตุ๊" ขันทองรับยาหม่องจากตุ๊

"บอกตำรวจก็ไม่มีประโยชน์หรอกครับแม่เลี้ยง" นายตุ๊คนขับรถพูดขึ้น

"ทำไมล่ะนายตุ๊" แม่เภาหันมาถามตุ๊

"ผมเห็นแบบนี้ที่หนึ่งแล้วที่ลำปาง เชือดไก่เชือดแพะแดงไปทั้งบึงอย่างนี้ พอตำรวจไปไล่ ชาวบ้านหายไปแผล็บเดียว ตอนกลางคืนก็มาทำพิธีกันใหม่"

"ชาวบ้านเขาเชื่อจริงๆ หรือ" แม่เภาพูดถามลอยๆ "ขันทอง...ให้นายตุ๊ขับรถไปส่งฉันหน่อยสิ ฉันอยากไปดูพิธีเชือดแพะบ่ายนี้"

"ถ้าคิดจะไปห้ามชาวบ้าน เจ็บตัวเปล่าๆ เชื่อฉันเถอะ" ขันทองเริ่มทายาหม่องรอบๆ หัวคิ้ว


==========================================


ริมตลิ่งตรงที่ยื่นเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของบึงพยอมถูกใช้เป็นที่ตั้งของปะรำพิธี แม่เฒ่าที่ผู้ใหญ่บอกว่าเป็นคนนำสารจากเจ้าแม่พยอมพนาลัย นั่งหลับตาอยู่กลางปะรำ ข้างๆ มีเด็กหญิงตัวเล็กๆ แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีดำคล้ายๆ กันนั่งหลับตาอยู่ ทั้งสองคนห้อยประคำหลากสีไม่ต่ำกว่าคนละสิบเส้น เด็กคนนี้แม่เฒ่าก็บอกว่าเป็นคนนำสารอีกคนหนึ่ง

รอบๆ ปะรำเต็มไปด้วยชาวบ้านนั่งยองๆ อยู่ แพะสามสิบกว่าตัวถูกล่ามไว้กับต้นไม้ใกล้ๆ ปะรำ

ตอนที่เภามาถึงนั้น แม่เฒ่ากำลังท่องมนต์ด้วยภาษาแปลกๆ แม่เภาเดินถือดอกไม้ธูปเทียนเดินเข้าไปในปะรำพิธีทันที

"นายตุ๊รออยู่ตรงนี้ก่อนนะ"

ผู้ใหญ่บ้านเห็นเภาเดินเข้ามาท่าทีองอาจก็ลุกเข้าไปขวาง "แม่เภาจะทำอะไร"

แม่เภามองไปรอบๆ สีหน้าชาวบ้านแต่ละคนบอกบุญไม่รับ

"แม่เภา...อย่ามาคิดขวางนะ ชาวบ้านเขาคงไม่ยอมแน่" ผู้ใหญ่เริ่มโมเม

"เชือดแพะเยอะแยะอย่างนี้เลยหรือ" แม่เภานึกในใจ

ชาวบ้านคนที่นั่งใกล้กับฝูงแพะเงยหน้ามองเภาทันที่ที่ได้ยินประโยคนี้ คราบน้ำตายังคงเป็นทางอยู่ข้างๆ แก้มเขา

"ใครว่าฉันมาขวางเล่าผู้ใหญ่" แม่เภายิ้ม "ฉันก็อยากมาไหว้เจ้าแม่ของฉันเหมือนกัน นี่อย่างไรดอกไม้ธูปเทียน"

ว่าแล้วแม่เภาเดินเข้าไปตรงโต๊ะหมู่ที่วางแจกันดอกไม้ ระหว่างที่เภาจุดธูปและกำลังไหว้อยู่นั้น แม่เฒ่าที่นั่งหลับตาอยู่ก็ส่งเสียงขึ้น

"แพะ แพะ"

ผู้ใหญ่ได้ยินดังนั้นจึงเดินไปรับเชือกที่จูงแพะจากเจ้าของแพะ เจ้าของแพะส่งเชือกให้ด้วยสีหน้าเสียดาย

"เสียสละเพื่อส่วนรวมนะอ้ายคำปัน" พูดจบผู้ใหญ่ก็เดินไปหยิบมีดมาถือไว้ในมือขวา มีเสียงพึมพำขึ้นในหมู่ชาวบ้าน

"ผู้ใหญ่ให้ฉันช่วยอีกแรง" เภายื่นมือไปคล้ายจะขอมีด ผู้ใหญ่มองหน้าแม่เภาด้วยความลังเล แล้วสุดท้ายก็ตัดใจส่งมีดให้

"เถอะน่า ผู้ใหญ่เองก็เชือดไก่ไปเมื่อเช้าหลายตัวแล้ว แบ่งบาปให้ฉันบ้าง"

เสียงแม่เฒ่าสวดมนต์ภาษาแปลกๆ ดังขึ้นอีก

แม่เภาได้ยินเสียงแม่เฒ่าก็เข้าใจว่าคงเป็นการให้สัญญาณ จึงจ่อมีดเข้าไปใต้คอแพะ

แต่แล้วแม่เภาก็ชักมือกลับ

"มีอะไรหรือแม่เภา"

"ฉันว่าแพะตัวนี้มันตัวเล็กไปนะ จะบวงสรวงเจ้าแม่ทั้งทีใช้แพะตัวเล็กขนาดนี้ได้อย่างไร" ว่าแล้วแม่เภาก็มองไปที่ฝูงแพะที่ล่ามติดกันอยู่ที่เหลือ

"พวกนั้นก็ตัวเล็กทั้งนั้น ไม่สมกับบูชาเจ้าแม่เลย"

ชาวบ้านได้ยินแม่เภาพูดอย่างนั้นก็ส่งเสียงพึมพำขึ้น

"ที่บ้านฉันมีแพะตัวอ้วนๆ เกือบห้าสิบตัว ไปเอาแพะที่บ้านฉันดีไหมผู้ใหญ่" แม่เภาเสนอ

"แล้วจะรอได้หรือ พิธีกำลังจะเริ่ม" ผู้ใหญ่ติง

"ผู้ใหญ่อย่าดูหมิ่นเจ้าแม่สิ เรามีของดีๆ ทำไมไม่จัดมาบูชาเจ้าแม่ จริงไหม" แม่เภาทำเสียงขึงขัง

"ลองให้คนที่ติดต่อกับเจ้าแม่ถามเจ้าแม่ว่า รอหน่อยได้ไหม เดี๋ยวฉันจะไปเอาแพะตัวอ้วนๆ มาให้" แม่เภาเดินไปทางคนที่ปาวารณาตัวเองเป็นคนนำสาร แม่เฒ่าได้ยินเข้าก็ลืมตาขึ้นแล้วก็หลับลงไปใหม่ สักครู่ก็ทำตัวสั่นๆ พร้อมกับส่ายหน้า

"ติดต่อเจ้าแม่ไม่ได้" แม่เฒ่าพูดขึ้น

"อ้าว...เจ้าแม่ก็อยู่ในน้ำนั่นแหละ จะไปอยู่ที่ไหนได้" แม่เภาตอบ

"นายตุ๊มาช่วยหน่อยเร็ว"

นายตุ๊เดินเข้ามาในปะรำพิธีทันที แล้วเหมือนซักซ้อมกันมาอย่างดีแล้ว พอเดินเข้ามาถึงตัวแม่เฒ่า นายตุ๊ก็จับแม่เฒ่าโยนลงบึงทันทีก่อนที่ใครจะนึกอะไรออก ทั้งผู้ใหญ่ทั้งชาวบ้านแทบจะอ้าปากค้าง

ฝ่ายแม่เฒ่าเมื่อถูกจับโยนลงไปในบึงก็ตกใจจมลงไปในน้ำอยู่พักหนึ่ง พอตั้งสติได้ก็ถลึงตัวขึ้นมาลอยคอทำหน้าเหรอหรา

"ว่าอย่างไรเล่าแม่เฒ่า ทำไมไม่ดำลงไปถามเจ้าแม่เสียที" แม่เภาตะโกนลงมาจากตลิ่ง

ผู้ใหญ่เดินเข้ามาทำท่าจะห้าม แม่เภาจึงชิงพูดขึ้นเสียก่อน

"สงสัยคนสื่อสารคนนี้จะแก่เกินไปแล้ว คงจะดำน้ำไม่ไหว นายตุ๊ เอาคนสื่อสารเด็กๆ นี่ดีกว่า"

ขาดคำนายตุ๊ก็หันมาจับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่แต่งตัวคล้ายๆ แม่เฒ่าเตรียมโยนลงบึงทันที เด็กผู้หญิงพอถูกคนจับก็ร้องไห้ดังลั่นด้วยความตกใจ ชาวบ้านจึงเริ่มส่งเสียงแซดขึ้น

"อย่าโยนหลานฉัน อย่าโยน" แม่เฒ่าตะโกนลั่น

"หลานฉันว่ายน้ำไม่เป็น" เด็กหญิงคนนั้นร้องไห้ไม่หยุด

"อ้าวแล้วเจ้าแม่จะรู้ได้อย่างไรว่าเราจะเปลี่ยนแพะให้ใหม่ นายตุ๊อย่ารอช้าเลย คนนำสารเขาหาทางดำลงไปติดต่อกับเจ้าแม่ได้ไม่ต้องห่วง" นายตุ๊ได้ยินดังนั้นก็เงื้อมือจะโยนเด็กอีกครั้ง

และคราวนี้เองที่แม่เฒ่าต้องยอมจำนน สารภาพความเป็นสิบแปดมงกุฎออกมา

"ยอมแล้วๆ เจ้าแม่เจ้าเม่อไม่มีจริงหรอก อย่าโยนหลานฉันเลย เดี๋ยวหลานฉันจมน้ำตาย"

และทันทีที่จบประโยค นายตุ๊ต้องรีบอุ้มเด็กหญิงผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่หลบหนีการประชาทัณฑ์ของชาวบ้าน ส่วนแม่เฒ่านั้นคงต้องว่ายไปขึ้นฝั่งที่อื่นอย่างแน่นอน



ประภาส ชลศรานนท์


ที่มาของบทความ - มติชน วันอาทิตย์ หน้า 17 จากเวป Thaimung.com

คอลัมภ์ คุยกับประภาส: แม่เภาไหว้ผี - 7 พ.ย. 2547