วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ยินดีที่ไม่รู้จัก

Title: ยินดีที่ไม่รู้จัก / Yin Dee Tee Mai Roo Juk (Nice Not Knowing You)
Artist: 25 Hours
Album: OST กวน มึน โฮ (Hello Stranger)
Year: 2010


ไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร ไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร
Mai roo wah tur pen krai mai roo wah chun pen krai
I don’t know who you are, you don’t know who I am
ไม่รู้ว่าโลกความจริง ของเรานั้นเป็นอย่างไร
Mai roo wah lohk kwahm jing kaung rao nun pen yahng rai
I don’t know what are real world is
สิ่งที่สำคัญที่สุด อาจไม่สำคัญเท่าไร
Sing tee sumkun tee soot aht mai sumkun tao rai
The most important thing might not be as important
เท่าวันที่เราได้เจอ ได้คุยได้อยู่ใกล้กัน
Tao wun tee rao dai jur dai kooey dai yoo glai gun
As the day we met, we talked, we were close
(*) ให้เธอลืมโลกที่กว้างใหญ่
Hai tur leum lohk tee gwahng yai
I want you to forget the whole wide world
ลืมมันไปให้เหลือแค่เพียงเรา
Leum mun pai hai leua kae piang rao
Forget it, leaving only us left
เก็บทุกความสุข ให้เหมือนวันสุดท้าย
Gep took kwahm sook hai meuan wun soot tai
Keep all the happiness like it’s our last day
(**) ยินดีที่ไม่รู้จัก ไม่รู้จัก แค่รู้ว่ารักก็พอใจ
Yin dee tee mai roo juk mai roo juk kae roo wah ruk gor por jai
Nice not knowing you, not knowing you, I only know our love is enough
แค่คำว่าไม่รู้จัก ไม่รู้จัก
Kae kumw ah mai roo juk mai roo juk
Just not knowing each other, not knowing each other
รักเราก็ไม่ได้น้อยลงจริงไหม
Ruk rao gor mai dai noy long jing mai
Our love wouldn’t be any less, right?
แค่มีเธอใกล้ๆ มันก็ใช่ที่สุดแล้ว
Kae mee tur glai glai mun gor chai tee soot laeo
Just having you near is perfect
ปล่อยใจให้ล่องลอยไป ปล่อยตัวให้ทำตามใจ
Ploy jai hai laung loy pai ploy dtua hai num dtahm jai
Let my heart float away, let my body follow my heart
ปล่อยมันให้เป็นไปเอง ไม่ต้องคาดหวังอะไร
Ploy mun hai pen pai eng hai dtaung kaht wung arai
Let it be as it is, there’s no need to hope for anything
ไม่มีที่เรียกว่าผิด ถ้าเราไม่คิดอะไร
Mai mee tee riak wah pit tah rao mai kit arai
There’s no disappointment if we don’t think anything
ให้เธอได้ทำทุกสิ่ง ที่เธอต้องการสักวัน
Hai tur dai tum took sing tee tur dtaung gahn suk wun
You can do everything you want some day
(*,**,**,**)

วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559

คู่คอง Ost.นาคี | ก้อง ห้วยไร่

คำว่าฮักเกิดขึ้นที่ใด เกิดกับไผมันบ่สำคัญ
มันจะอยู่ตรงนั้น บ่หายตามกาล เวลา
ว่าสิผ่านมาดนปานใด๋ ในหัวใจบ่เคยร้างลา
ยังจดจำทุกถ้อยวาจาที่เฮาเว้าต่อกัน

เมื่อสวรรค์แยกกายเฮาสอง จากคู่ครองเป็นคนอื่นไกล
เหลือแต่คำสัญญาใช่ไหมที่ยัง คงอยู่
แม้นว่าเจ้าสิเกิดเป็นหยัง บ่เคยคิดซัง ย้อนฮักคนฮู้
สิเคียงข้าง ให้ได้ฮู้ หัวใจยังคงเดิม

* บ่มีอีหยังมาพังทลาย ความฮักเฮาสองลงได้
   แม้ดินสลายยังมั่นคงคือจั่งตอนเริ่ม
   ฮักที่แลกด้วยแหกกฏฟ้า ถึงมีน้ำตาเข้ามาแต่งเติม
   ความปวดร้าวสิเข้ามาเสริม บ่เคยคิดย่าน

** ในวันนี้เฮาเจอกันแล้ว ยังบ่แคล้วจำต้องจากลา
     คนที่เฮาตามหา เป็นหยังคือบ่ สมใจ
     ให้คองถ่าอีกกี่พันปี ให้อยู่ตรงนี้อีกนานเท่าไหร่
     ขอเพียงแค่ เธอจำฉันได้ ชาติไหนก็รอเธอ

ซ้ำ ( * , ** )

คำร้อง/ทำนอง : ก้อง ห้วยไร่
เรียบเรียง : นะโม โมรา

คำว่ารักเกิดขึ้นที่ใด เกิดกับใครก็ไม่สำคัญ
มันจะอยู่ตรงนั้น ไม่หายไปตามกาลเวลา 
ไม่ว่าจะนานเพียงใด หัวใจไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ยังจดจำทุกถ้อยวาจาที่เคยพูดต่อกัน

มันสวรรค์แยกเราสอง จากคู่ครองเป็นคนอื่นไกล
เหลือแต่คำสัญญาใช่ไมที่ยังคงอยู่
แม้ว่าจะเกิดเป็นอะไร ไม่เคยคิดชัง ยังรักกันอยู่
จะอยู่เคยงข้างให้ได้รู้ หัวใจยังคงเดิม

ไม่มีอะไรมาพังทลาย ความรักของสองเราลงได้
แม้ดินสลายยังมั่งคงเหมือนเดิมเหมือนตอนเริ่ม

รักที่แลกด้วยแหกกฎฟ้า ถึงมีน้ำตาเข้ามาแต่งเติม
ความปวดร้าวสิเข้ามาเสริม ไม่เคยคิดจากไป

ในวันนี้เราเจอกันแล้ว ยังไม่แคล้วจำต้องจากลา
คนที่เราตามหา เป็นยังไงไม่สมใจ
ให้รออีกกี่พันปี ให้อยู่ตรงนี้อีกนานเท่าไหร่
ขอเพียงแค่เธอจำฉันได้ ชาติไหนก็รอเธอ

วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

Sparkle - Radwimps (Thai Ver.) Ost. Kimi no na wa (Your Name) [หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ]


เนื้อเพลง เหมือนว่าทั้งโลกมันดึงตัวไป ไม่ยอมให้เข้าไปถึงจิตใจของทั้งสองเรา แม้ว่าจะยากก็ไม่เป็นไร เพราะฉันพร้อมยอมทำเพื่อเธอ เวลาที่มีแม้ไม่ตรงกัน ขอแค่เพียงช่วงเสี้ยววินาทีที่ใกล้ชิดเธอ ในทุกๆ ครั้งที่เราต้องยอมลากันไป สักวันยังไงก็ต้องได้เจอ
ทุกๆ วันพบผู้คนมากมาย ไม่ว่าเป็นใครก็ช่างดูคล้ายกันเหมือนกันหมด เช้าวันนึงฉันก็เริ่มเบื่อ ในสังคมที่มันวุ่นวาย
แต่ทุกๆ ครั้งที่เจอหน้ากัน เธอก็จะหันมามองด้วยรอยยิ้มที่เขินอาย เหมือนว่าทั้งโลกมันหยุดหมุนไป และอธิบายทุกเรื่องในใจ
แล้วเวลาก็เริ่มเดินผ่าน เหมือนว่าทุกเรื่องในวันวานมันเพิ่งเริ่มเอง หากเธอไม่จำก็ไม่เป็นไร ฉันจะจำไว้ในจิตใจ อะไรที่เราทำมา ฉันจะบันทึกทุกเรื่องเอาไว้ไม่ให้ลบเลือน แม้ว่าจะต้องไปไกลห่างกันมากเพียงใด ฉันจะรีบไปหาโดยเร็วไว
ในทุกๆ ครั้งที่ฉันยังนอน และอยู่บนเตียงในห้องตัวเอง ฝันมันก็พอลอยไปแสนไกลจนฉันยังหวั่นใจ อยู่บนที่นั่งข้างหน้าต่างที่ฉันเคยเรียน บนรถไฟที่ฉันนั้นเคยใช้เดินทางไปในที่ต่างๆ
สิ่งที่เรียกว่าโชคชะตาของเรา ต่อให้ฉันนั้นต้องเอื้อมมือไปไกลเท่าไร
มันก็ยิ่งดูคล้ายกับลอยไปแสนไกล จนราวกับเราสองไม่มีวันได้มารัก แต่ว่าเวลามันก็ยังหมุนไป และวินาทีของสองเราไม่เคยหยุดรอ ก็คงต้องแยกทาง ต่างคนต่างหัวใจ เพราะเรามีทาง ต้องเดินต่อไป ให้รักช่วยนำพาเราไป กลิ่นไอที่เคยคุ้นล่องลอยมา ติดตรึงลงไปฝันในจิตใจ ได้ยินเพียงแค่เสียงหัวเราะที่เธอ ส่งมาเพื่อให้ฉัุนเดินไปเจอ ต่อให้วันนึงสองเราต้องจาก ตัวเธอเริ่มหายเลือนจากไป จะขอจดจำไว้ด้วยดวงตา ข้างในความรู้สึก มันไม่สำคัญที่ตรงไหน แค่ฉันไม่อยากให้เธอเดินจากไป

ถ่านกับเพชร


สร้างด้วยต้นทุนเดียวกันคือ คาร์บอน 
คาร์บอน ที่ไม่ได้ผ่านแรงอัด แรงกดดันอะไร อยู่ตามธรรมชาติก็จะกลายเป็นถ่าน
ในขณะที่ คาร์บอน ที่ผ่านแรงอัดอย่างหนัก เป็นเวลานานๆ คาร์บอนที่สามารถผ่านออกมาได้ โดยไม่แตกไปเสียก่อน ถึงจะกลายเป็นเพชร
เราถึงได้ยินว่า เพชร แท้ที่จริง มันแข็งมาก...เหตุที่มีค่า เพราะความยากนี้เอง
ชีวิตคนเรา ก็คล้ายกับ เรื่องถ่านกับเพชร
ชีวิตแบบถ่าน 
เช่น คนที่รักสบาย อยู่ไปเรื่อย เมื่อไหร่มีแรงกดดัน แทนที่จะสู้ ก็บ่นว่า แล้วก็หนีไป ตั้งเป้าในชีวิตแบบต่ำๆ ทำยาวๆ ไม่สนใจเรียนรู้ ไม่อยากพัฒนา เป็นน้ำเต็มแก้ว รู้ไปทุกเรื่อง แต่ไม่เคยทำจนสำเร็จสักเรื่อง โทษไปได้หมดทุกเรื่อง ยกเว้นอย่างเดียว คือ โทษตัวเอง...ผลสุดท้าย ก็ไม่เคยได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน 
ชีวิตแบบเพชร
คนกลุ่มนี้ มองตาก็เข้าใจได้ เห็นเรื่องที่ต้องผ่าน เป็นเรื่องที่พิสูจน์ตัวเอง ไม่ล้มเลิก พากเพียร ยอมแลก อดเปรี้ยวไว้กินหวาน ไม่ท้อ เป้าหมายมีไว้พุ่งชนอารมณ์ประมาณนั้น ขณะที่หลายคนมองว่า คนกลุ่มนี้ลำบาก เขาเองกลับไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนั้น
ใครบอกชีวิตไม่มีทางเลือก....
คำๆนี้ ได้ยินในถ่าน แต่จะไม่ผ่านไปในเพชร..
หลายคนรอชะตาฟ้ากำหนด รอความโชคดี
รู้มั๊ยความหมายของคำว่า โชคดี ที่แท้คืออะไร
โชคดี คือโอกาส + การเตรียมพร้อม 
ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง มันก็จะไม่ใช่โชคดี แต่เป็นฟลุ้ค ซึ่งในชีวิตหนึ่ง การรอคอยอาจจะไม่ได้มา แม้ได้มาก็รักษาไว้ไม่ได้

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

พระราชดำรัสของในหลวง – ข้อคิดในการใช้ชีวิต



• อย่าทำลายความหวังของใครเพราะเขาอาจเหลืออยู่แค่นั้นก็ได้ 

• เมื่อมีคนเล่าว่าตัวเขามีส่วนในเหตุการณ์สำคัญอะไรก็ตาม เราไม่ต้องไปคุยทับ ปล่อยให้เขาฟุ้งไปตามสบาย 

• รู้จักฟังให้ดี โอกาสทองบางทีมันก็มาแบบแว่ว ๆ เท่านั้น 

• หยุดอ่านคำอธิบายสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ซึ่งอยู่ริมทางเสียบ้าง 

• จะคิดการใด จงคิดให้ใหญ่ ๆ เข้าไว้ แต่เติมความสนุกสนานลงไปด้วยเล็กน้อย 

• หัดทำสิ่งดี ๆ ให้กับผู้อื่นจนเป็นนิสัย โดยไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้ 

• จำไว้ว่าข่าวทุกชนิดล้วนถูกบิดเบือนมาแล้วทั้งนั้น 

• เวลาเล่นเกมส์กับเด็ก ๆ ก็ปล่อยให้แกชนะไปเถิด 

• ใครจะวิจารณ์เราอย่างไรก็ช่าง ไม่ต้องไปเสียเวลาตอบโต้ 
• ให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่ "สอง" แต่อย่าให้ถึง "สาม" 

• อย่าวิจารณ์นายจ้าง ถ้าทำงานกับเขาแล้วไม่มีความสุข ก็ลาออกซะ 

• ทำตัวให้สบายอย่าคิดมาก ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายแล้ว อะไร ๆ ก็ไม่ได้สำคัญอย่างที่คิดไว้ทีแรกหรอก 

• ใช้เวลาน้อย ๆ ในการคิดว่า "ใคร" เป็นคนถูก แต่ใช้เวลาให้มากในการคิดว่า "อะไร" คือสิ่งที่ถูก 

• เราไม่ได้ต่อสู้กับ "คนโหดร้าย" แต่เราต่อสู้กับ "ความโหดร้าย" ในตัวคน 

• คิดให้รอบคอบ ก่อนจะให้เพื่อนต้องมีภาระในการรักษาความลับ 

• เมื่อมีใครสวมกอดคุณ ให้เขาเป็นฝ่ายปล่อยก่อน 

• เป็นคนถ่อมตน คนเขาทำอะไรต่ออะไรสำเร็จกันมามากมายแล้ว ตั้งแต่เรายังไม่เกิด 

• ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายสักเพียงใด..... สุขุมเยือกเย็นเข้าไว้ 

• อย่าไปหวังเลยว่าชีวิตนี้จะมีความยุติธรรม 

• อย่าให้ปัญหาของเราทำให้คนอื่นเขาเบื่อหน่าย ถ้ามีใครมาถามเราว่า "เป็นยังไงบ้างตอนนี้" ก็บอกเขาไปเลยว่า "สบายมาก" 

• อย่าพูดว่ามีเวลาไม่พอ เพราะเวลาที่คุณมีมันก็วันละยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่า ๆ กับที่ หลุยส์ ปาสเตอร์,ไมเคิล แอนเจลโล, แม่ชีเทราซ่า, ลีโอนาร์โอ ดาวินชี, ทอมัส เจฟเฟอร์สัน, หรือ อัลเบิร์ต ไอสไตน์ เขามีนั้นเอง 

• เป็นคนใจกล้าและเด็ดเดี่ยว เมื่อเหลียวกลับไปดูอดีต เราจะเสียใจในสิ่งที่อยากทำแต่ไม่ได้ทำ มากกว่าเสียใจในสิ่งที่ทำไปแล้ว 

• ประเมินตนเองด้วยมาตรฐานของตนเอง ไม่ใช่ด้วยมาตรฐานของคนอื่น 

• จริงจังและเคี่ยวเข็ญต่อตนเอง แต่อ่อนโยนและผ่อนปรนต่อคนอื่น 

• อย่าระดมสมอง เพราะไอเดียดี ๆ ใหม่ ๆ และยิ่งใหญ่ จนสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ ล้วนมาจากบุคคลที่คิดค้นอยู่แต่เพียงผู้เดียวทั้งสิ้น 

• คงไว้ซึ่งความเป็นคนเปิดเผย อ่อนโยน และอยากรู้อยากเห็น 

• ให้ความนับถือแก่ทุกคนที่ทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ ไม่ว่างานที่เขาทำนั้นจะกระจอกงอกง่อยสักปานใด 

• คำนึงถึงการมีชีวิตให้ "กว้างขวาง" มากกว่าการมีชีวิตให้ "ยืนยาว" 

• มีมารยาทและอดทนกับคนที่สูงวัยกว่าเสมอ

ตามรอยธรรม หลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป


รูปภาพ
ภาพ:region1.prd.go.th


รอยธรรมคำสอน
หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป
วัดโพธิสมภรณ์ 
ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี
 
“หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป” หรือ “พระอุดมญาณโมลี” เป็นพระมหาเถระสายพระป่ากรรมฐาน
ศิษย์ 
ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตฺตมหาเถระ แม่ทัพธรรมแห่งอีสานฝ่ายวิปัสสนาธุระ

 ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี 
ที่ชาวบ้านกล่าวขวัญด้วยความเคารพนับถืออย่างสูงว่า "หลวงปู่ใหญ่" 
ท่านเป็นพระมหาเถระ ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาธรรมมี
ปฏิปทาอันงดงาม 
ปัจจุบัน ท่านมีอายุวัฒนมงคลครบ 105 ปี พรรษา 85 พรรษา (10 ตุลาคม 59)

 ***************************** 

หลวงปู่...ขอบอกลูกหลานว่า 

นรกโลกนี้...ยังไม่เผ็ดร้อน 
เท่ากับนรกในภพหลัง 

สวรรค์ในภพนี้ ไม่สุขสงบร่มเย็น 
ไม่อุดมสมบูรณ์ไพบูลย์ 
เท่ากับสวรรค์ในภพภูมิอื่น 

...นี่คือความจริง...

 *****************************

บุญจะให้คุณ ต่อเมื่อผู้ให้ลืมไปแล้ว

 ***************************** 
ในทางโลกการได้มามากๆ เป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา
แต่ในทางธรรมการสละสิ่งที่มีมากๆ ให้หมดไป 
แม้แต่สิ่งละเอียดอ่อนภายในใจได้
ท่านว่า...ประเสริฐสุด

 *****************************

ถ้าในขณะที่จิตใจของเรามันยังโกรธอยู่ใจยังร้อนรนอยู่ 
ในขณะนั้นเราใช้ขันติ คือ อดไว้ซะก่อนอย่าเพิ่งพูด

 *****************************

ธรรมดาของชีวิต มีแล้วก็กลับไม่มีได้ 
โลกสลับกันไปมาเหมือนมืดแล้วสว่าง
อย่าเสียใจหรือดีใจกับสิ่งใดให้มากนัก

 ***************************** 

"การพูดมาก" แก้ปัญหาใดๆ ไม่ได้เลย
แม้กับปัญหาที่พอจะแก้ไขได้

 ***************************** 

คนที่ทำดีแต่ไม่ได้ดี 
เพราะเหตุผลหลายอย่าง คือ 

ทำดีไม่ถึงดี 
ทำดี เกินพอดี 
ทำดีผิด ที่ทำดีเอาหน้า 
นึกว่าทำดี แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ดี 
ทำดี กับคนไม่ดี

 *****************************  

คำว่า "เจริญก้าวหน้าทางธรรม"
มิใช่เจริญด้วยยศศักดิ์ เหมือนทางโลก
หากหมายถึง "ใจ" ที่นิ่ง หนักแน่น มั่นคง คลายความยึดติดในโลก
หากผู้ใดยังหลงในยศศักดิ์ ก็ชื่อว่าหลงตนและหลงโลก
เพราะสิ่งนั้นเป็นของประจำโลก

 ***************************** 

ขอให้ลูกหลานทุกท่านได้ตั้งใจปฏิบัติจิตใจของตนให้สะอาด
ปราศจากความโลภความโกรธความหลง 
ซึ่งฝังอยู่ในดวงใจของเรามาตั้งหลายภพหลายชาติ 

มาชาตินี้เราได้เกิดเป็นมนุษย์ 
ดังนั้นจงรีบไปทำบุญทำกุศลสืบต่อไป 
เพื่อเป็นทางหากำไรของชีวิต 

เพราะชีวิตคนเรามันน้อยนัก ที่อยู่ถึงร้อยปีมันยาก

 ***************************** 

ดีกับเด่นอยู่คู่กัน ดีให้คุณ ส่วนเด่นให้โทษ
เราดีเขาดีด้วย เขาดีเราดีด้วย จึงดีจริง
ดีคนเดียวเรียกเด่นดัง มักเป็นภัยแก่ตัว

จงประจบคนด้วยงาน 
อย่าประจานความดีของใครให้มาเป็นความเก่งของตัว 

 *****************************  

ความชั่วทุกอย่าง แม้ไม่มีใครเห็นก็ชั่ว

เพียงแต่จะชั่วเร็ว หรือชั่วช้า
หากมีคนเห็น ก็ชั่วเร็ว 
แต่ถ้ายังไม่มีคนเห็น ก็ชั่วช้า 

 ***************************** 

คนดีพวกน้อย แพ้คนชั่วพวกมาก
ทำดีไม่ได้ดี เพราะยังทำไม่ถึงดี หรือทำเกินพอดี
ที่คนทำดีแล้วมักบ่นว่าไม่ได้ดี เพราะดีนั้น มีโทษ

เก่งคนเดียวเหนื่อยกาย เหนื่อยใจ 
เก่งหลายคน สุขกายสุขใจ 
คนเก่งต้องมีไว้ คนดีต้องมีพร้อม

ความทุกข์ของคนประการหนึ่ง 
คือต้องการให้คนอื่นเป็นอย่างที่ตนเองคิด 
ขณะที่ตนก็เป็นอย่างที่คนอื่นอยากให้เป็นไม่ได้

คนส่วนใหญ่แสวงหาทรัพย์สินสมบัติ ยศศักดิ์ บริวาร 
เพื่อสร้างความมั่นคงแก่ชีวิต กระทั่งลืมความมั่นคงของจิตใจ

เศรษฐกิจ จิตใจ ต้องเดินไปคู่กัน 

 ***************************** 

อย่าพูดอะไรเพียงเพราะเห็นว่าสนุกปาก 

 *****************************  
ภาพ:บอร์ดพลังจิต

ขณะพูดคุยกับใคร
พูดให้เขาฟังบ้าง หัดฟังเขาพูดบ้าง
ให้คนที่เราคุยด้วยรู้สึกว่าเขาเก่ง
มิใช่เราเก่งอยู่คนเดียว

 ***************************** 

กาลเวลาให้โอกาสแก่เราเสมอ 
ความผิดพลาดบางอย่าง อาจเป็นโอกาสที่ดีกว่าของชีวิตได้ 
อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ

 ***************************** 

ความรัก ดูเหมือนหอมหวาน 
ความชั่ว ดูเหมือนเผ็ดร้อน 
ทั้งสองนี้ เป็นอารมณ์
มีอำนาจเหนือเราเมื่อใด 
จะทำลายเรา อย่างเจ็บปวดที่สุด

 ***************************** 

พายุร้ายทำอันตรายได้น้อยกว่า
วาจาส่อเสียด ยุแหย่ ใส่ร้าย นินทากัน

 ***************************** 

บัดนี้เรามีคุณงามความดีพอแล้วหรือยัง 
ถ้าจิตมันบอกว่า ยัง 
ก็ให้พยายามสร้างวิริยะบารมีขึ้น
คือ มีความพากเพียร

 *****************************  
พูดพอประมาณ 
ไม่เสียงาน ไม่เสียเพื่อน 

 *****************************  

วันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2559

5 ข้อคิดที่ได้จากบทเรียนของ Nokia

5 ข้อคิดที่ได้จากบทเรียนของ Nokia

CEO ของ Nokia กล่าวทั้งน้ำตาว่า
"เราไม่ได้ทำอะไรผิด แต่เราก็แพ้"

19 ตุลาคม 2015
ระหว่างการแถลงข่าวที่จะประกาศ NOKIA ถูกซื้อกิจการโดยไมโครซอฟท์ CEO ของโนเกียได้ปิดท้ายคำกล่าวของเขาไว้ว่า "เราไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ถึงกระนั้นเราก็พ่ายแพ้” พอพูดจบทีมผู้บริหารของเขาทุกคนรวมทั้งตัวเขาเองก็น้ำตาไหลด้วยความเศร้า

Nokia ได้เป็นบริษัทที่น่านับถือ พวกเขาไม่ได้ทำอะไรที่ไม่ถูกต้องในการดำเนินธุรกิจของพวกเขา แต่โลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเกินไป และคู่แข่งของพวกเขาที่แข็งแกร่งมากเกินไป

พวกเขาพลาดไปเกี่ยวกับเรื่องของการเรียนรู้ พวกเขาพลาดไปเกี่ยวกับเรื่องของการเปลี่ยนแปลง และนั่นทำให้พวกเขาสูญเสียโอกาสที่อยู่ในมือที่จะทำให้มันยิ่งใหญ่ ไม่เพียงแต่พวกเขาพลาดโอกาสที่จะทำเงินได้มหาศาล พวกเขายังสูญเสียโอกาสในการอยู่รอดอีกด้วย

ข้อความของเรื่องนี้คือ ถ้าคุณไม่เปลี่ยน คุณก็จะถูกเอาออกจากการแข่งขัน

มันไม่ผิดถ้าคุณไม่ต้องการที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ อย่างไรก็ตามถ้าความคิดและความเชื่อของคุณไม่สามารถตามทันกับเวลาได้ คุณก็จะถูกกำจัดออกไป

สรุป :

1. ข้อได้เปรียบที่คุณมีเมื่อวานนี้ จะถูกแทนที่ด้วย แนวโน้มหรือทิศทางของวันพรุ่งนี้ คุณไม่ต้องทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง ตราบใดที่คู่แข่งของคุณจับจังหวะได้ และทำในสิ่งที่ถูกต้อง คุณก็สามารถที่จะแพ้และเจ๊งได้

2. การที่จะเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงตัวเองเปรียบเสมือนการให้โอกาสตัวเองเป็นครั้งที่สอง แต่ถ้าการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดจากการที่ถูกบังคับให้เปลี่ยนแปลงโดยผู้อื่นนั้น เปรียบเสมือนสิ่งที่ถูกทอดทิ้งไม่ได้ให้ความสนใจ

บรรดาผู้ที่ปฏิเสธที่จะเรียนรู้และปรับตัวให้ดีขึ้น แน่นอนว่าวันหนึ่งสิ่งเหล่านั้นจะกลายเป็นสิ่งที่ซ้ำซ้อนหรือมากเกินไป และไม่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอีกต่อไป พวกเขาจะเรียนรู้บทเรียนในวิธีที่ยากและมีราคาแพงต่อไป?


โลกมันเปลี่ยนไปเร็วมาก จนเราตามไม่ทัน
5 ข้อคิดที่ได้จากบทเรียนของ Nokia
-----
1. ถ้าคุณหยุดการเรียนรู้ คุณก็จะตามคนอื่นไม่ทัน
2. โลกมันเปลี่ยนไปเร็วมาก และจะเร็วกว่าที่คุณคาดไว้เยอะ
ห้ามหยุดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
3. อย่ายึดติดกับความสำเร็จของเมื่อวาน
เพราะความสำเร็จของวันวาน จะถูกแทนที่ด้วยเทรนด์ใหม่ของวันพรุ่งนี้
4. แม้คุณจะไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ถ้าคู่แข่งเค้าก้าวไปล้ำกว่าคุณ และถูกใจผู้บริโภคมากกว่า แล้วคุณไม่รีบปรับตัว คุณก็จะโดนเขี่ยออกจากตลาดในที่สุด
5. กลยุทธ์หรือแผนการที่คุณมีในวันนี้ ไม่ได้แปลว่ามันจะเปลี่ยนไม่ได้อะไรที่ควรปรับ เราต้องปรับ เพื่อให้ตามกระแสโลกได้ทัน
อย่าปล่อยให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับคุณ !!!
เรามาใช้บทเรียนนี้ให้เป็นประโยชน์กับธุรกิจของคุณกัน

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ทักษะแห่งอนาคตใหม่ 21st Century Skills

ประโยคเด็ดจากหนังสือ 

  • ในศตวรรษที่ 21 บททดสอบความแข็งแกร่งทางการศึกษาที่แท้จริง คือการที่นักเรียนมองดูสิ่งที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วรู้ว่าจะทำอะไรกับสิ่งนั้น — John Bransdford (หน้า 44)
  • ความสามารถในการแยกสาระออกจากขยะในกองข้อมูล เป็นทักษะอีกประเภทหนึ่งที่สำคัญสำหรับศตวรรษที่ 21 — Christ Dede (หน้า 114)
  • การสอนโดยไม่มีการเรียนรู้ ไม่เรียกว่าการสอน แต่เป็นแค่การนำเสนอ — Dufour (หน้า 149)
  • สอนให้น้อยลง เรียนรู้ให้มากขึ้น (Teach less, learn more) คือกรอบวิสัยทัศน์ด้านการศึกษาของสิงคโปร์ — Fogarty & Pete (หน้า 171)
  • ห้องเรียนตกยุคไปแล้ว บอกลาห้องเรียน เลิกสร้างห้องเรียนได้แล้ว — Roger Schank (หน้า 208)
  • สื่ออิเล็กทรอนิกส์มอบโอกาสให้คนเพิ่มจำนวนความสัมพันธ์ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย การสร้างความสัมพันธ์แบบออนไลน์มีอุปสรรคเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับโอกาสที่ได้ — Johnson (หน้า 321)
  • อัตลักษณ์ หมายถึง เราคือใคร? .. “อัตลักษณ์ออนไลน์” มาจากความเฉลียวฉลาดในข้อความ วิธีการเขียน ความคล่องแคล่ว และความลึกซึ้งในการโต้ตอบ รวมทั้งความฉลาด มุมมอง และการมีส่วนร่วมที่โดดเด่น — Johnson (หน้า 326)
  • มนุษย์มีความต้องการที่จะสื่อสารมาโดยตลอด เพียงแต่รูปแบบเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลง ..หน้าที่ของพวกเราในฐานะนักการศึกษาคือ การให้ความสำคัญกับการสื่อสารพร้อมกับติดตามเทคโนโลยีให้ทัน หากเราเน้นแต่เครื่องมือจนลืมจุดประสงค์ เราก็จะติดอยู่ในวังวนของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วไปตลอดกาล — Douglas Fisher & Nancy Frey (หน้า 335)
  • แน่นอนว่านโยบายด้านเทคโนโลยีในโรงเรียนไม่ใช่สิ่งเดียวที่จำเป็นต้องเปลี่ยน เราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงนโยบายการใช้อินเทอร์เน็ตด้วย ลองนึกถึงแหล่งรวมวิดีโอฟรีมากที่สุดอย่าง YouTube ซึ่งถูกห้ามในโรงเรียนส่วนใหญ่ โรงเรียนของเราใช้ YouTube เป็นประจำ จนไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่า เราจะวางแผนการสอนได้โดยไม่อาศัยคลิปวิดีโอ เพราะทุุกอย่างที่เรามองหาอยู่ในนั้นหมด ซึ่งน่าอัศจรรย์มาก — Douglas Fisher & Nancy Frey (หน้า 342)
  • ให้ยุติการห้ามใช้เทคโนโลยี และหันไปเน้นที่การสอนมารยาท — Douglas Fisher & Nancy Frey (หน้า 340)
  • เทคโนโลยีล้ำหน้า ข้อมูลล้าหลัง — Alan November (หน้า 394)
  • การออกแบบวัฒนธรรมการเรียนการสอน ที่ให้อำนาจแก่นักเรียน เพื่อช่วยให้นักเรียนเกิดความรับผิดชอบมากขึ้นในการบริหารการเรียนรู้ของตนเอง ได้ทำงานร่วมกับเพื่อนในชั้นและผู้คนทั่วโลก มีความสำคัญกว่าการยัดเยียดเทคโนโลยีเข้าสู่โมเดลการศึกษาแบบอุตสาหกรรมอย่างที่เป็นอยู่– Alan November (หน้า 404)
  • ผู้ใหญ่หลายคนเห็นว่าเว็บเป็นเรื่องของรสนิยม ไม่ได้มองว่ามันเป็นเครื่องมือสื่อสารขั้นพื้นฐานเช่นเดียวกับที่นักเรียนจำนวนมากเห็น นักการศึกษาจำนวนมากยังคงใช้ชีวิตแห่งการเรียนรู้ด้วยกระดาษ — Will Richardson (หน้า 423)
  • เมื่อนักเรียนเข้าสู่โลกในการทำงาน สังคม และชีวิตในศตวรรษที่ 21 จะพบว่า นิสัยชอบการแข่งขันแบบสุดขั้วเป็นสิ่งที่ไม่เข้าท่า ความเป็นผู้นำไม่ได้มาจากลำดับชั้น แต่มาจากอิทธิพลและการช่วยเหลือ ผลงานไม่ได้วัดจากความสำเร็จของแต่ละคน แต่วัดจากความสำเร็จของทีมงานโดยรวม ซี่งทีมที่ว่านี้ อาจเป็นทีมนานาชาติที่มีสมาชิกจากทั่วโลกก็ได้ — Douglas Reeves (หน้า 443)

วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2559

International Phonetic Alphabet (IPA)

International Phonetic Alphabet (IPA)

International Phonetic Alphabet (IPA)


Consonants

การออกเสียงในภาษาอังกฤษ จะแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ voice กับ voiceless อธิบายง่ายๆ คือ การเปล่งเสียงแล้วมีลมผ่านออกจากปากมากน้อยหรือแทบจะไม่มี ดังนั้นเสียงพยัญชนะต่อไปนี้จะเขียนกำกับให้ทราบตามความแตกต่างของคำ เช่น p กับ b นั้นออกเสียงต่างกันอย่างไร เป็นต้น นอกจากนี้ได้ใส่ key word เพื่อช่วยในการจำเสียงมาให้ด้วย...

1. [p] - voiceless ออกเสียง [เพ่อะ] เทียบเสียงกับอักษร “พ” เช่น put, pack, happy
2. [b] - voice ออกเสียง [เบ่อะ] เทียบเสียงกับอักษร “บ” เช่น bad, back, rubber

3. [t] - voiceless ออกเสียง [เท่อะ] เทียบเสียงกับอักษร “ท” เช่น too, tie
4. [d] - voice ออกเสียง [เดอะ] เทียบเสียงกับอักษร “ด” เช่น dead, die

5. [k] - voiceless ออกเสียง [เค่อะ] เทียบเสียงกับอักษร “ค” เช่น cap, key, quick, accept
6. [g] - voice ออกเสียง [เกอะ] เทียบเสียงกับอักษร “ก” เช่น gas, game, guest

7. [s] - voiceless ออกเสียง [ส] เทียบเสียงกับอักษร “ซ,” เช่น sea, city, psychology, sip
8. [z] - voice ออกเสียง [ซึ] เทียบเสียงกับอักษร “ซ” เช่น zoo, zip, zero,

9. [f] - voiceless ออกเสียง [ฟ่ะ] เทียบเสียงกับอักษร “ฟ” เช่น food, fan, phone, few
10. [v] - voice ออกเสียง [วู] เทียบเสียงกับอักษร “ว” เช่น voice, van, view
11. [w] ออกเสียง [ว่ะ] เทียบเสียงกับอักษร “ว” เช่น week, wet, white

เสียง consonant 3 นี้ (12, 13, 14) เรียกว่า nasal consonant คือเวลาเปล่งเสียงให้ลมออกทางจมูก

12. [m] ออกเสียง [อืม] เทียบเสียงกับอักษร “ม” เช่น map, men, some
13. [n] ออกเสียง [อึน] เทียบเสียงกับอักษร “น” เช่น not, sun, know, pneumonia
14. [ŋ] ออกเสียง [อึง] เทียบเสียงกับอักษร “ง” เช่น long, sung, ring

15. [l] - voice ออกเสียง [เล่อะ] (ลิ้นต้องแตะระหว่างฟันหน้ากับเพดานปาก) เทียบเสียงกับอักษร “ล” เช่น light, long
16. [r] ออกเสียง [เรอ] (ลิ้นไม่แตะเพดานปาก) เทียบเสียงกับอักษร เช่น right, wrong

17. [θ] ออกเสียง [ตะ] เทียบเสียงกับอักษร “ต” เช่น think, thing, thank
18. [ð] ออกเสียง [ดะ] เทียบเสียงกับอักษร “ด” เช่น they, then

19. [∫] ออกเสียง [เช่อะ] เทียบเสียงกับอักษร “ช” เช่น she, ship, machine, show, tissue
20. [3] ออกเสียง [เฉ่อะ] เทียบเสียงกับอักษร “ช” เช่น vision, Asian, usual, measure

21. [j] ออกเสียง [เยียะ] เทียบเสียงกับอักษร “ย” เช่น yes, use

22. [h] ออกเสียง [ฮ่ะ] เทียบเสียงกับอักษร “ฮ” เช่น he, hot, who

23. [t∫] ออกเสียง [เช่อะ] เทียบเสียงกับอักษร “ฌ” เช่น cheap, church, nature, watch, check
24. [d3]ออกเสียง [เจอะ] เทียบเสียงกับอักษร “จ” เช่น job, judge, general, joke, major

25. [tr] ออกเสียง [ทระ] เทียบเสียงกับอักษร “ทร” เช่น tree, try, trip
26. [dr] ออกเสียง [ดระ] เทียบเสียงกับอักษร “ดร” เช่น dry, drip, draw

27. [ts] ออกเสียง [สึ] (ใช้ออกเสียงพหูพจน์ที่ลงท้ายด้วย ts) เทียบเสียงกับอักษร “ส” เช่น cats
28. [dz] ออกเสียง [ซึ] (ใช้ออกเสียงพหูพจน์ที่ลงท้ายด้วย ds) เทียบเสียงกับอักษร “ซ” เช่น birds

คำแนะนำ:
1. การฝึกออกเสียง voice และ voiceless นั้นควรถือกระดาษหรือขนนก บริเวณปาก เพื่อสังเกตดูความแตกต่าง เช่น ลองฝึกออกเสียงคำว่า few กับ view จะเห็นความแตกต่างของลมที่ออกมาจากปาก
2. ลองฝึกเสียง consonant ข้างต้นแบบเป็นคู่ เพราะได้จัดเรียงและจับคู่ เช่น ลองฝึก p คู่กับ b, หรือ f คู่กับ v
3. แนะนำว่าเวลาค้นหาคำใน dictionay ให้ดูการออกเสียง phonetic ด้วย เพื่อช่วยในการออกเสียงอย่างถูกต้อง เพราะภาษาอังกฤษไม่มีกฎตายตัวว่าออกเสียงอย่างไรจากการเขียน (คือ ไม่ได้ออกเสียงตามทีเขียน) เพราะฉะนั้น phonetic จะเป็นตัวกำหนดค่ะ

การเทียบเสียงพยัญชนะไทยกับเสียงพยัญชนะอังกฤษ

ก = g [เกอะ]
ข ค ฆ = k [เค่อะ]
ง = ŋ [อึง]
จ = d3 [เจอะ]
ฉ ช = 3 [เฉ่อะ]
ซ = z [ซึ]
ฌ = t∫ [เช่อะ]
ญ ย = j [เยียะ]
ฎ ด = d [เดอะ]
ฎ ต = θ [ตะ]
ฐ ฑ ฒ ถ ท ธ = t [เท่อะ]
ณ น = n [อึน]
บ = b [เบ่อะ]
ป ผ พ ภ = p [เพ่อะ]
ฝ ฟ = f [ฟ่ะ]
ม = m [อืม]
ร ฬ = r [เรอ] (ลิ้นไม่แตะเพดานปาก)
ล = l [เล่อะ] (ลิ้นต้องแตะระหว่างฟันหน้ากับเพดานปาก)
ว = w [ว่ะ] หรือ v ออกเสียง [วู]
ศ ษ ส = s [สึ]
ห ฮ = h [ฮ่ะ]
อ มักจะใช้ออกเสียง vowel

Vowels

1. [i] ออกเสียง [อี] เช่น he, feed, beat
2. [ɪ] ออกเสียง [อิ] เช่น it, bit, did, hit
3. [e] ออกเสียง [เอะ] เช่น pen,
4. [æ] ออกเสียง [แอะ] เช่น map, bad, mad
5. [u:] ออกเสียง [อู] เช่น two, too, boot, food
6. [ʊ] ออกเสียง [อุ] เช่น book, took, look
7. [ɑ:] ออกเสียง [อาร์] เช่น far, car
8. [ə] ออกเสียง [อะล] เช่น ago, available
9. [ʌ] ออกเสียง [อ่ะ] เช่น bus, but, mud, mother
10. [ɜ:] ออกเสียง [เออร์] เช่น bird, first, shirt, murder
11. [eɪ] ออกเสียง [เอ] เช่น date, paid, may
12. [ɔɪ] ออกเสียง [ออย] เช่น boy, toy, voice
13. [ɪə] ออกเสียง [เอียร์] เช่น here
14. [eə] ออกเสียง [แอร์] เช่น hair
15. [əʊ] ออกเสียง [โอ] เช่น no, boat
16. [aɪ] ออกเสียง [ไอ, อาย] เช่น buy, eye, cry
17. [aʊ] ออกเสียง [เอา] เช่น out, how, about
18. [ʊə] ออกเสียง [อัวร์] เช่น sure, tour
19. [ɔ:] ออกเสียง [ออ] เช่น door
20. [ɒ] ออกเสียง [เอาะ] เช่น office 

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Chard C5

Size: 41"
Top: Solid Cedar
Back & Sides: Rosewood
Fingerboard&bridge: Rosewood
Neck: Rosewood
Pick up: Contact FISHMAN

วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2559

วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2559

ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน ก้อง ห้วยไร่

ฮักกันมาแต่ดนแล้ว 
บ่มีวี่แววเปลี่ยนแปลงไป
ตั้งแต่ทางมีแต่ขี้ไหง  
แล้วจังได๋คือมาเป็นลายต่าง
สิบสิฮ่างหรือซาวสิฮ่าง  
สิจับมือกันหย่างว่าซั่นว่า
หัวใจสะหวอยน้องบ่หัวซา  
บัดสิว่าเฮาไปกันบ่ได้

"รักกันมาตั้งนาน 
ไม่มีวี่แววว่าจะเปลี่ยนแปลงไป
ตั้งแต่ถนนมีแต่ฝุ่นไคล 
แล้วทำไมถึงเปลี่ยนไปอย่างนี้
สิบ-ยี่สิบปัญหาประดัง  (สิฮ่าง=จะพัง เป็นสำนวน)
จะจับมือกันก้าวเดินไช่ไหม
หัวใจสลายน้องไม่สนใจ มาบอกได้ไงเราไปกันไม่ได้"

ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน
ไสว่าสิมีกันและกัน
ไสว่าสิฮักแพงกัน 
ไสว่าสิมีกันตลอดไป
ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน 
ไสว่าสิมีกันเรื่อยไป
ไสว่าสิบ่แบ่งใจ 
ไสว่าสิมีแค่..เฮา

"ไหนบอกจะไม่ทิ้งกัน
ไหนบอกจะมีกันและกัน
ไหนบอกจะดูแลกัน 
ไหนบอกจะมีกันตลอดไป
ไหนบอกจะไม่ทิ้งกัน 
ไหนบอกจะมีกันเรื่อยไป
ไหนบอกจะไม่แบ่งใจ
ก็ไหนบอกจะมีแค่เรา"

น้ำตาพังลงหย่าวๆ
ย้อนผุสาวเปลี่ยนใจไห้จนเซ
บ่คิดบ่ฝันว่าฮักจะฮ่างสิเพ
สะเลเตดอกนี้ไร้กลิ่นหอม
เฮ็ดจังได๋หัวใจบ่พร้อม
หรือต้องยอมฮับความเป็นจริงอิหลี
ไห้สาเด้อ ให้ตายมื้อนี
ให้คนที่ลืมสัญญา

น้ำตาหลั่งรินไหล
เพราะเธอเปลี่ยนใจ สะอื้นไห้หา
ไม่คิดไม่ฝันพลันรักจะพังเพ
สะเลเต* ดอกนี้ไร้กลิ่นหอม 
ให้ทำยังไงในเมื่อใจยังไม่พร้อม
หรือต้องยอมรับความจริงซะที
ร้องไห้เถิดนะ จนขาดใจวันนี้
ให้คนที่ลืมสัญญา
*(ชื่อดอกมหาหงส์ในภาษาอีสาน)

ทวงสัญญา คองถ่าจนจ่อย
ไปมิดจ้อยบ่หวนคืนมา...

รอทวงสัญญา คอยท่าจนผอม
เธอหายต๋อม ไม่หวนกลับมา...

แปล