วันจันทร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2551

หกวานร

หกวานร : PRAPAS.COM

คุยกับประภาส
ประภาส ชลศรานนท์
มติชน
วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ.2544
วันนี้ผมจะเล่าให้ฟังถึงห้อง ๆ หนึ่งครับ
ห้อง นี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยมนุษย์กลุ่มหนึ่งที่ต้องการหาคำตอบของพฤติกรรมอย่าง หนึ่งของ “สัตว์สังคม” บอกก่อนเลยก็ได้ครับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ลักษณะของห้องที่ว่านี้เป็นห้องโล่ง ๆ ที่มีความสูงกว่าห้องทั่วไปสักสองเท่า
ทั่วทั้งห้องตบแต่งให้ดูคล้ายป่าโปร่งๆ สามารถมองเห็นทุกส่วนของห้องได้ไม่ว่าจะอยู่มุมไหน

ที่สำคัญคนที่สร้างห้องนี้ขึ้นมาสามารถมองมาจากนอกห้องก็เห็นทุกส่วนของห้องได้
ตามมุมห้องมีหินก้อนเท่าลูกแตงโมวางประดับอยู่ประปราย นอกจากสิ่งประดับอย่างที่เห็นด้วยตาเหล่านี้แล้ว
ห้อง นี้ยังมีท่อโลหะเล็ก ๆ โผล่ออกมาจากเพดานและผนังเต็มไปหมด กลางห้องมีบันไดอย่างที่เขาเรียกกันว่าบันไดลิงตั้งอยู่ บันไดนี้ตั้งตรงสูงขึ้นไปถึงเพดาน ตามต่อไปเรื่อย ๆ นะครับ บันไดอันนี้แหละครับคือพระเอกของเรื่องนี้
แล้ว มนุษย์ผู้สร้างห้องก็ไปหาลิงมาหกตัว พวกเขาพาพวกมันเข้าไปอยู่ในห้องที่ว่านี้ ลิงหกตัวนั้นมาจากต่างที่ต่างครอบครัวกัน แรก ๆ ก็ร้องเจี๊ยกจ๊ากโวยวายตามประสาลิง พอเริ่มปรับตัวได้ลิงทั้งหกก็เริ่มผูกมิตรกัน บางตัวก็สนิทกันเป็นพิเศษ และมีบ้างเหมือนกันในบางคู่ที่ดูก็ออกว่าไม่ชอบขี้หน้ากัน

แต่ลิงทั้งหกตัวก็อยู่ด้วยกันอย่างสันติ อาจเป็นเพราะอาหารที่มนุษย์ผู้สร้างห้องนำเข้ามาแจกจ่ายนั้นไม่ขาดตกบกพร่องอะไร
อยู่มาวันหนึ่งฝ้าเพดานตรงที่บันไดพาดถึงก็ถูกเปิดออก กล้วยหอมสุกเหลืองอร่ามหวีหนึ่งถูกหย่อนลงมาจากเพดาน และก็แขวนเท้งเต้งไว้ที่ยอดสุดของบันได จากนั้นฝ้าเพดานก็ปิดลงมา
เดาออกใช่ไหมครับว่าเกิดอะไรขึ้น ลองให้ลิงอยู่กับกล้วยกันตามลำพังอย่างนี้ และยิ่งเวลานั้นเป็นเวลาของมื้ออาหารพอดีเสียด้วย

ใช่ ครับ... ลิงทั้งหกพุ่งตัวไปที่บันไดกลางห้องทันที เกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้นหรือครับ ท่านผู้อ่านบางท่านคงตั้งคำถามไว้ในใจแล้วว่า มนุษย์ผู้สร้างห้องของลิงทั้งหกนี้คงต้องทำ กลไกอะไรบางอย่างไว้ให้ในห้องบ้างเป็นแน่

ทันทีที่ลิงตัว แรกเข้าไปถึงบันไดและมือของมันสัมผัสบันได ปลายท่อโลหะที่มีอยู่เต็มไปหมดบนผนังและเพดานห้องก็พ่นฉีดน้ำเย็นจัดออกมา อย่างแรง น้ำนั้นเย็นเฉียบอุณหภูมิใกล้ ๆ น้ำแข็งเลยครับ และก็พ่นออกมาด้วยแรงดันค่อนข้างสูง ลิงทั้งหกแตกกระจายไปหลบตามมุมห้องทันทีเพราะดูเหมือนว่าผู้สร้างห้องนี้ ขึ้นมาเจาะจงใจจะให้ตรงบริเวณที่บันไดตั้งอยู่มีท่อน้ำมากกว่าที่อื่นเป็น พิเศษ

ลิงกับน้ำนี่ไม่ค่อยถูกกันอยู่แล้ว บางตัวร้องสั่นด้วยความตกใจ บางตัวแอบนั่งตัวสั่นอยู่หลังก้อนหิน ถึงตอนนี้ห้องทั้งห้องก็เปียกไปหมดแล้ว หนำซ้ำความหนาวเย็นก็เริ่มแผ่ไปทั่วทั้งห้องด้วยฝีมือการลดอุณหภูมิ ของมนุษย์ผู้สร้างห้อง เหมือนเป็นสัญญาณอะไรบางอย่าง
เมื่อลิงทั้งหกอยู่ห่างจากบันไดได้สักพัก ท่อน้ำก็หยุดฉีดน้ำ ปุ่มที่ควบคุมอุณหภูมิห้องถูกมนุษย์ปรับเข้าที่เดิม

ลิง ตัวโตที่สุดยังคงจ้องมองกล้วยหวีนั้น และด้วยความอยากได้ มันคลานเข้าไปหาบันไดอีกครั้ง หลังจากเดินวนรอบบันไดอยู่สองสามรอบมันก็ทำท่าจะปีนบันได ลิงอีกห้าตัวค่อย ๆ คลานเข้ามาสมทบ ไม่รู้จะด้วยกลัวลิงตัวอื่น ๆ แย่งกล้วยหรือด้วยความหิว เพราะถึงมื้ออาหารแล้วเจ้าลิงตัวโตตัวนั้นรีบปีนบันไดขึ้นไปทันที
และ ก็ในทันทีเช่นเดียวกัน น้ำเย็นเฉียบถูกฉีดออกมาอย่างแรงไม่แพ้ครั้งแรก เจ้าลิงตัวโตนั้นโดนเข้าเต็ม ๆ หน้าจนแทบจะตกจากบันได ห้องทั้งห้องหนาวและเปียกยิ่งกว่าเดิม อาหารประจำมื้อถูกนำเข้ามาให้แล้ว พวกมันคลานเข้ามากินอย่างมูมมามด้วยความหิวและหนาวสั่น

เวลา ผ่านไปอีกราวสัปดาห์ กล้วยถูกเปลี่ยนหวีใหม่ เพราะหวีเก่านั้นงอมจนเปลือกดำไปหมดมนุษย์ผู้สร้างห้องนี้ขึ้นมาบันทึกไว้ ว่า หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาท่อน้ำได้ฉีดออกมาทั้งสิ้นห้าครั้ง สองครั้งแรกฉีดออกมาตอนที่กล้วยเพิ่งนำมาแขวนใหม่ ๆ
ครั้งที่ สามฉีดออกมาตอนกลางคืนของคืนนั้น เพราะเจ้าลิงตัวโตพยายามจะลองปีนบันไดไปเอากล้วยอีก ในครั้งที่สี่ท่อฉีดน้ำออกมาในบ่ายของอีกวันหนึ่ง มันเป็นเวลาอาหารมื้อหนึ่งที่ผู้ให้อาหารนำอาหารมาส่งช้าไปหน่อย ลิงตัวหนึ่งทนหิวไม่ไหวจึงจะปีนบันไดขึ้นไป และไม่ทันถึงขั้นที่สองดีห้องทั้งห้องก็เปียกชุ่มไปหมด ส่วนในครั้งที่ห้าที่ท่อน้ำฉีดออกมา

คราวนี้ไม่ได้มีลิงตัว ใดปีนขึ้นบันไดขึ้นไปเอากล้วยแต่อย่างใดมีเพียงแค่ลิงสองตัวเล่นปล้ำกันและ ตัวหนึ่งกลิ้งไปถูกเสาบันไดเท่านั้น แต่ถึงแค่นั้นน้ำเย็นจัดก็ถูกฉีดออกมาเช่นกัน เวลาผ่านไปอีกราวเดือนหนึ่ง กล้วยถูกเปลี่ยนไปแล้วเจ็ดหวี แต่บันทึกของมนุษย์ผู้สร้างห้องกลนี้ ยังคงบันทึกไว้ว่าท่อน้ำเย็นทำงานไปเพียงห้าครั้งเท่าเดิม

ใน บันทึกนั้นยังเขียนเพิ่มเติมไว้ด้วยว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ ไม่มีลิงตัวไหนย่างกรายเข้าไปใกล้บันไดเลย กลางเดือนที่สอง ท่อน้ำถูกฉีดอีกครั้ง เพราะลิงตัวเล็กตัวหนึ่งพยายามจะปีนบันไดอีก และหลังจากน้ำหยุดฉีดลง ลิงอีกห้าตัวก็เริ่มคำรามใส่ลิงตัวเล็กตัวนั้น
ขึ้น เดือนที่สาม มนุษย์นำลิงตัวเล็กออกมาและก็นำลิงตัวใหม่เข้าไปในห้อง และไม่ทันถึงสิบนาทีดีกลิ่นกล้วยหอมก็เริ่มก่อคดี ลิงตัวใหม่คลานไปที่บันไดอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ สายตามองกล้วยด้วยความอยากกินสุดขีดและแน่นอนทันทีที่เข้ามาใกล้บันได ลิงห้าตัวที่อยู่มาก่อนก็พุ่งตัวเข้ามาขวางไว้ พร้อมกับแยกเขี้ยวอย่างดุร้าย น้ำเย็นยังไม่ถูกฉีดออกมา ลิงตัวใหม่หลบไปนั่งอยู่ข้างก้อนหินอย่างหวาดกลัวหลังอาหารมื้อนั้น ลิงตัวใหม่คลานเข้าไปนั่งดูหวีกล้วยที่แขวนบนบันไดอีกครั้ง คราวนี้มันเข้าไปใกล้กว่าเดิม หอมยวนใจอะไรอย่างนี้

ผมว่า มันคงคิด ด้วยความที่มันเข้ามาใกล้บันไดเกินไป ลิงตัวโตจึงพุ่งเข้ามาเป็นตัวแรก และก็งับแขนของลิงตัวใหม่ด้วยความโกรธ ลิงตัวเก่าอีกสี่ตัวไม่รอช้าครับรีบเข้ามาสมทบและมหกรรมหมาหมู่ในสังคมลิงก็ อุบัติขึ้น ถึงจะมีแผลไม่มากนัก แต่ลิงผู้มาใหม่ก็ถูกโจมตีอย่างนี้ถึงสามสี่ครั้งที่เผลอเข้าไปใกล้บันได และจากนั้นเป็นต้นมา ลิงใหม่ก็ไม่กล้าเฉียดกายเข้าไปใกล้บันไดอีกเลย

เวลา ผ่านไปอีกสี่เดือน ท่อน้ำก็ยังไม่ถูกสั่งให้ทำงานอีกเลยแม้กล้วยจะถูกเปลี่ยนไปไม่รู้กี่สิบหวี แล้ว และถึงตอนนี้ลิงตัวเก่าได้ถูกเปลี่ยนออกไปแล้ว 3 ตัว เท่ากับว่าในห้องตอนนี้มีลิงตัวเก่าที่เคยเจอปรากฎการณ์หนาวสะท้านโลกเพียง 3 ตัว และลิงตัวใหม่ที่ไม่เคยเจอเหตุการณ์นั้น 3 ตัว รวมทั้งหมดเป็น 6 วานรดังเดิม

เดือนที่ห้า ลิงตัวใหม่ตัวที่สี่กำลังถูกนำเข้ามาลิงตัวเก่าตัวหนึ่งกำลังจะออกไป ไม่น่าเชื่อนะครับว่าบันไดธรรมดาอันนั้นได้กลายเป็นบันไดอาญาสิทธิ์ที่แตะ ต้องไม่ได้ไปเสียแล้วสำหรับหมู่วานร และก็เช่นเดิมทุกครั้งที่ลิงตัวใหม่จะถูกรุมกัดทันทีที่ย่างกรายเข้าไปใกล้ บันไดแต่ที่น่าแปลกใจอย่างที่สุดคือ ลิงกลุ่มใหม่สามตัวที่เข้ามาทีหลังนั้นแม้จะไม่รู้ว่าเหตุผลของการปกป้อง บันไดคืออะไรก็ตาม แต่พวกมันกลับแสดงอาการข่มขู่ผู้เข้าใกล้บันไดอย่างดุร้ายก้าวร้าวกว่าลิง ตัวเก่าที่เคยอยู่มาก่อนเสียอีก

และเมื่อบันทึกของมนุษย์ ผู้สร้างห้องกลนี้บันทึกถึงตอนที่ลิงตัวเก่าถูกเปลี่ยนออกไปจนหมดทำให้ห้อง ทดลองนี้มีลิงทั้งหกตัวเป็นลิงตัวใหม่ทั้งหมด บันไดก็ยังเป็นสิ่งต้องห้ามของพวกมัน กล้วยยังคงถูกเปลี่ยนให้สดใหม่อยู่เสมอ และบันไดก็ยังคงไม่ถูกสัมผัสโดยลิงเลยแม้แต่ตัวเดียวมาเป็นเวลาเกือบปีแล้ว ลิงรุ่นใหม่ยังคงถูกเปลี่ยนเข้าไปอีกหลายรุ่น และเมื่อใดก็ตามที่ลิงตัวใหม่ที่เพิ่งเข้ามาพาตัวเองเข้าไปใกล้บันได ไม่ว่าจะด้วยจุดหมายใดก็ตาม การขู่คำรามก็จะเกิดขึ้น และถ้าผู้มาใหม่ไม่เชื่อฟัง การโจมตีอย่างรุนแรงก็จะตามมา

การทดลองของนักวิทยาศาสตร์เรื่องนี้บอกอะไรเราบ้าง นักวิชาการหลายคนพูดถึง CORPORATE CULTURE ซึ่งมีคนแปลไว้ว่าเป็น วัฒนธรรมองค์กร
แปล ไทยเป็นไทยอีกทีก็คือ ธรรมเนียมปฏิบัติที่ถูกสั่งสมกันมาจากพนักงานรุ่นก่อน ๆ และเมื่อพนักงานใหม่ ๆ ที่เข้ามาก็จะปฏิบัติตามโดยไม่รู้ที่มาของเหตุผล เป็นธรรมเนียมที่ไม่มีลายลักษณ์อักษรบ่งบอกไว้ ไม่มีในกฏระเบียบข้อใดขององค์กรเลย นักประวัติศาสตร์บางคนฟังเรื่องการทดลองนี้แล้ว นึกไปถึงในครั้งอดีตที่มีการสั่งประหารชีวิตผู้ที่ประกาศทฤษฎีอะไรก็ตามที่ ขัดต่อหลักศาสนาของตัวเอง นักศึกษาอีกหลายคนนึกถึงระบบรุ่นโซตัสของรุ่นพี่รุ่นน้องที่มีอยู่ใน มหาวิทยาลัย น้องผู้หญิงของผมคนหนึ่งที่ผมเล่าเรื่องการทดลองนี้ให้ฟัง เธอทำหน้าแหย ๆ แล้วก็พูดว่ามนุษย์เรานี่ใจร้ายชอบทรมานสัตว์

ผม คิดเอาว่าที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ลิงเป็นสัตว์ทดลองครั้งนี้ ก็เพราะลิงเป็นสัตว์ที่ฉลาดใกล้เคียงกับมนุษย์ และที่สำคัญลิงเป็นสัตว์สังคมเหมือนมนุษย์ ถ้าเราลองเปลี่ยนสัตว์ในการทดลองนี้ไปเป็นสัตว์ที่ต่างตัวต่างอยู่ไม่ได้ อยู่กันเป็นสังคมอย่างเสือหรือนกบางประเภท ผลที่ได้อาจออกมาเป็นอีกอย่างหนึ่ง เช่น ไม่ว่าอีกตัวหนึ่งจะพยายามปีนบันไดเท่าไรก็ตาม ตัวอื่น ๆ ก็อาจจะไม่สนใจอะไร ได้แต่นอนหลบน้ำเย็นที่ฉีดออกมาไปเรื่อย ๆ การทดลองเรื่องลิงหกตัวยังไม่จบแค่นั้นครับ หลังจากที่มนุษย์ทำให้บันไดตัวนั้นกลายเป็นบันไดอาญาสิทธิ์ไปแล้ว การแขวนกล้วยก็ถูกยกเลิกไป
แต่ลิงทั้งหกตัวก็ยังไม่ มีตัวไหนกล้าที่จะเข้าไปใกล้บันได คงต้องรอสักวันหนึ่งที่บังเอิญมีลิงตัวไหนพลาดไปถูกบันไดเข้า แล้วก็มนุษย์ก็บังเอิญเปิดน้ำฉีดลงมา
ความคิดกบฎต่อความเชื่อเก่า ๆ ก็อาจจะบังเกิดขึ้น
หรือ ว่าโลกเรานี้ก็คือห้อง ๆ หนึ่งที่ถูกใครก็ไม่รู้สร้างขึ้นมา สร้างเสร็จแล้วก็สร้างความเชื่อตามมาให้ด้วย และก็มีความเชื่อมากมายหลายอย่างที่เป็นความเชื่อที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนเหตุผล

เป็นความเชื่อประเภทเดียวกับความเชื่อที่ว่าถ้า ใครไปถูกบันไดแล้วจะมีน้ำฉีดออกมานั่นแหละครับ มันอยู่ที่ว่าจะมีลิงตัวไหนกล้าปีนบันไดไปเอากล้วยที่แขวนอยู่
เพราะถ้ามันไม่ใช่เหตุผลจริง ๆ มันต้องมีสักวันหนึ่งหรอกน่า
ที่ไอ้เจ้าคนที่สร้างห้องนี้ขึ้นมามันลืมเปิดท่อน้ำบ้าง