วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2551

คุยกับประภาส(เมื่อวานนี้เอง)

คุยกับประภาส(เมื่อวานนี้เอง)
เมื่อวานนี้เอง

คอลัมน์ คุยกับประภาส

โดย ประภาส ชลศรานนท์

พอใกล้ปีใหม่ทีไร ได้เห็น ส.ค.ส.ของใครต่อใครที่ส่งพรมาอวยให้กัน ได้เริ่มเห็นปฏิทินที่ไม่คุ้นตามาวางอยู่บนโต๊ะ ผมก็มักจะอุทานในใจเสมอว่านี่มันหมดปีไปอีกปีหนึ่งแล้วหรือ

เวลานี่มันวิ่งเร็วดีจริง ผมว่าผมเพิ่งหันรีหันขวางไปสองสามทีเท่านั้นตั้งแต่ที่โลกเราเพิ่งฉลองปีที่ สองพันของคริสต์ศักราชเมื่อวานนี้เอง

ผมว่ามันเพิ่งเมื่อวานนี้เองจริงๆ

วันนี้ขออนุญาตนำบันทึกในสมุดไดอารี่ของตัวเองมาให้ดูกัน ยังอุ่นๆ อยู่เลยครับ เป็นบันทึกของเมื่อวานนี้ ไม่น่าเชื่อว่าเวลาเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น แต่เรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวผม กลับมีมากมายให้บันทึกจนเมื่อยมือ

10.00 น. ตื่นสายอีกแล้ววันนี้ เมื่อคืนนอนเกือบตีสี่ นั่งคุยกับดี้เพลินไปหน่อย แปลกใจอยู่เหมือนกันที่เมื่อคืนมันกินเบียร์ไปขวดเดียว ปกติมันเป็นคอเบียร์ตัวยง วัชระกลับไปก่อนไม่ถึงสิบนาที เราก็เรียกให้เขามาคิดเงิน

"วันนี้เบียร์ไม่อร่อย" รู้สึกว่าดี้มันพูดอยู่เบาๆ

ถ้าเจี๊ยบไม่รีบกลับเอากีตาร์ไปคืนเจ้าของ ดี้คงไม่นั่งหน้าหน่ายอยู่อย่างนี้ สองคนนี่เขาคู่ขากัน

หรือบางทีอาจจะไม่เกี่ยวก็ได้ ดี้คงรำคาญใจอะไรสักอย่าง

เมื่อวานน่าจะถามมันตรงๆ

สองวันมาแล้วที่ต้องมานั่งอัดเสียงกันใหม่ เครื่องเล่นเทปคาสเซ็ตที่เจี๊ยบหาได้ดีสุดในกลุ่มเพื่อน อัดออกมาแล้วพี่เต๋อยังบอกว่าฟังไม่รู้เรื่องเลย หรือว่าดี้มันรำคาญใจเรื่องนี้

11.00 น. ออกไปหาโจ๊กกินแถวสะพานควาย แล้วจะได้โทรศัพท์ไปหาพี่เก้าขอยืมบ้านนอนอีกสักคืนสองคืนอัดเสียงใหม่เสียเลย

เพิ่งรู้ตัวสายขนาดนี้จะไปหาโจ๊กที่ไหนได้

โชคดีเหลือเกิน เจอร้านกระเพาะปลารถเข็นผ่านมา ไม่เคยเห็นเลยเจ้านี้ หน้าตาน่ากินมาก นั่งยองๆ กินไปชามหนึ่ง เป็นกระเพาะปลาแบบโบราณเสียด้วย ใส่หน่อไม้สดหั่นเป็นเส้นเล็กๆ แบบที่ชอบ กินเสร็จซื้อกลับมากินที่บ้านอีกถุงหนึ่ง กระเพาะปลานี่มันต้องกินกับข้าวเปล่าถึงจะอร่อย

โชคดีเรื่องของกินไปแล้ว แต่เรื่องโทรศัพท์แย่หน่อย คิวยาวเกือบสิบคน

หนำซ้ำพอเข้าไป โทร.ก็โดนกินเหรียญอีก วิ่งไปแลกเหรียญกลับมาอีกที คิวก็ยาวอีกทีเหมือนเดิม

คราวนี้ โทร.ติด แต่พี่เก้าไม่อยู่บ้าน

12.00 น. เอากระเพาะปลาใส่ตู้เย็นแล้วก็เดินข้ามถนนแวะไปหาพี่ต๊อกที่ซอยอินทามระ 6 ได้ยินมาว่าตึกแถวที่พี่ต้นพี่หน่อยซื้อไว้เพิ่งทาสีเสร็จ

เจอพี่ต้นด้วย แกยังถามอีกว่าไม่สนใจมาทำงานด้วยกันหรือ

พี่ต๊อกกำลังยืนเล็งชื่อป้ายบริษัทที่ทำด้วยไม้ แซวแกไปว่าตัวเจมันเอียงกว่าตัวเอสกับตัวแอลไปหน่อย ชื่อบริษัทแค่สามตัวต้องเท่ากันสิ

"ชั่วคราวโว้ย... ของจริงเป็นทองเหลือง สวยกว่านี้อีก" พี่ต๊อกแกเถียง

พี่ต้นพาขึ้นไปเที่ยวบนบริษัท แม้จะเป็นตึกแถวคูหาเดียวแต่ก็นับว่าสะอาดน่าอยู่ พี่ต้นบอกว่ากำลังจะได้รายการมาทำเพิ่มอีกเป็นสองรายการแล้ว เรียนจบเมื่อไหร่มาช่วยกันทำนะ

สงสัยว่าแกลืมไปว่าเราเรียนออกแบบบ้านอยู่

14.00 น. นัด ดี้, เจี๊ยบ, พี่โย ที่เอ็มเค นั่งรถไปลงที่โรงหนังสยาม เดินดูใบปิดหนังเล่น ใบปิดหนังเรื่องวัยอลวนที่กลับมาฉายอีกครั้งสวยจนอยากได้ รูปวาดไพโรจน์ สังวริบุตร เท่มาก ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของเปี๊ยก โปสเตอร์ ผู้กำกับฯในดวงใจหรือเปล่า แต่คิดว่าไม่น่าจะใช่ จำฝีแปรงแกได้

มาถึงเอ็มเค ร้านสองคูหาเล็กๆ วันนี้เขาเปิดแค่ชั้นล่างกับชั้นลอย แอร์ชั้นสองมันเสียไปเครื่องหนึ่ง คนเลยค่อนข้างแน่นแต่วัน เจอพี่แจ๊วยืนอยู่หน้าร้าน

เจ้าของบ้าอะไรไม่รู้อยู่ร้านได้ทุกวัน ขยันอะไรกันนักกันหนา และก็สนิทกับลูกค้าประจำแทบทุกคน ไม่น่าแปลกใจว่าใครๆ ก็ชมว่าแกน่ารัก

"เชิญค่า............." เสียงเรียกของพนักงานในร้านร้องต่อกันเป็นทอดๆ

เป็นเอกลักษณ์ของร้านจริงๆ

พี่แจ๊วแกอบรมลูกน้องแกดี มากินที่นี่เหมือนมากินข้าวบ้าน มีแต่คนรู้จัก แล้วบริกรก็เหมือนน้องนุ่ง ไม่รู้จะไปไหนก็มานั่งเอ็มเคกินน้ำเปล่ารอเพื่อนฟรีๆ ได้

"พี่โยมาแล้ว อยู่ชั้นลอย" พี่แจ๊วบอกตอนพาไปที่โต๊ะ แกรู้จักทุกคนจริงๆ

"คนชักเยอะแล้วพี่ ขยายร้านเถอะ" ล้อแกไปเล่นๆ

"แค่นี้ก็ทำไม่ไหวแล้ว"

"ขยายให้ทั่วประเทศเลยพี่ แล้วก็ทำให้เป็นมหาชนไปเลย" ได้ทีแล้วนี่ ต้องแซวแกให้เกินจริงหน่อย อยากบริการลูกค้าดีนัก

พี่โยนั่งรออยู่กับเจี๊ยบ ดี้ยังไม่มา

พี่โยบอกว่าฟังเพลงม้วนที่อยู่ที่เจี๊ยบแล้วขอวิจารณ์ว่าเสียงอู้อี้ดี จริงๆ และเมื่อกี้แกก็ โทร.คุยกับพี่เก้าให้แล้ว คืนนี้พี่เก้าอยู่บ้านแน่นอน จะไปสุมหัวกันก็ยินดี

เจี๊ยบบอกว่าเทปคาสเซ็ตยังฝากไว้ที่บ้านพี่เก้า

ลองเอาชื่อวงดนตรีที่ตั้งไว้มาให้เจี๊ยบดู เจี๊ยบชอบชื่อ "มุยและพี่สะใภ้" ที่สุด สงสัยคงต้องเอาชื่อนี้แน่ๆ เสียแล้ว ถามใครๆ ก็ชอบทั้งนั้น

พี่โยเอาเทปปกสีน้ำตาลมาให้ดูกล่องหนึ่ง "น่าสนใจ"

"ใครน่ะ" ถามทันทีที่เห็น

บนปกเขียนไว้ว่า โฟล์คซองคำเมือง

"ม้วนนี้มาแรง" พี่โยว่า

14.50 น. ดูหนังที่โรงหนังลิโด้เรื่องสตาร์วอร์ด้วยความตะลึงพรึงเพริศ เดินออกจากโรงมา ยังครางกันอยู่เลยว่าคุณลูกัสแกทำเสียดีขนาดนี้แล้ว จะมีใครทำหนังด้วยเทคนิคตระการตาอย่างได้นี้อีก ไม่มีทางอีกแล้ว

17.00 น. ไปเล่นรักบี้ที่คณะสถาปัตย์ ได้ยินพี่ยอดบอกว่าตึกแถวตรงสี่แยกปทุมวันจะถูกรื้อหมดแล้ว เขาจะสร้างศูนย์การค้าชื่อมาบุญครอง

ได้ยินชื่อปุ๊บก็หัวเราะกันทั้งกลุ่มที่นั่งอยู่หน้าบันได ชื่อห้างอะไรเชยยังกับชื่อข้าวสาร อำแน่นอนพี่ยอดเรา

"ขืนสร้างมีหวังเดินกันโหรงเหรง" รุ่นพี่อีกคนเสริม "แค่สยามเซ็นเตอร์ก็เดินกันหลวมแล้ว"

19.00 น. ไปกินข้าวที่ตลาดสามย่าน ไอ้โค้กไปด้วย ตอนเดินผ่านรถเก๋งคันหนึ่ง มันชะโงกเข้าไปดูในรถเขา

"โทรศัพท์ติดรถโว้ย"

เทคโนโลยีสมัยนี้นี่มันทันสมัยจริงๆ โทรศัพท์ติดรถยนต์ก็ได้ แล้วเครื่องก็เล็กนิดเดียว สูงแค่กระติกน้ำแข็งใบย่อมๆ เท่านั้น หนักไม่น่าจะถึงสิบกิโลฯ คิดว่ามีแต่ในหนังเจมส์บอนด์เสียอีก

เห็นโทรศัพท์แล้วสงสัยต้องลองไปติดต่อองค์การโทรศัพท์ฯอีกที ที่บ้านยังไม่มีโทรศัพท์เลย แถวสะพานควายซื้อเบอร์กันตั้งเจ็ดแปดหมื่น แพงจริงๆ

21.00 น. ไปหาพี่เต๋อที่มณเทียรตามนัด แกกำลังร้องเพลงอยู่บนเวที ขอเพลงร็อดสจวร์ตไปสองสามเพลง แกก็ร้องดีเหลือเกิน เจี๊ยบชี้ให้ดูคนเล่นกีตาร์ที่ยืนอยู่ข้างๆ พี่เต๋อ

"จำได้ไหม ใคร"

"ใครวะ"

"วงอีสซึ่นไง"

เอ้อ..ใช่จริงๆ ด้วย" แฟนอีสซึ่นเหมือนกันนี่เรา

"เล่นวงโอเร็นเตลฟังก์ด้วย ?"

"ไม่รู้... เล่นประจำหรือแวะมาแจมก็ไม่รู้ .. คนนี้ชื่ออะไรวะ

"อัสนี จำได้เขาไว้ผมทรงนี้ตลอด วสันต์น่ะเขาใส่แว่น"

"น่าจะออกเทปอีกนะอีสซึ่นน่ะ"

ใครก็ไม่รู้บอกว่าคงไม่ออกแล้วมั้ง อายุสามสิบกว่าแล้วนี่

ตอนพักเล่น พี่เต๋อแวะเข้ามาคุยด้วย พอได้โอกาสก็รีบเอาเทปที่พี่เต๋อขอให้ไปมาอัดใหม่ ส่งให้แกไป

"ขอฟังอีกทีนะจิก เราไม่เคยทำเพลงไทย แต่น่าลอง"

"ยังขาดอีกสองเพลง เดี๋ยวคืนนี้จะไปอัดอีกพี่"

"เออ..อย่าเล่นกีตาร์ดังนักนะ ฟังเสียงร้องไม่รู้เรื่องเลย"

24.00 น. ถึงบ้านพี่เก้า ไอ้อั๋นกับไอ้ตั้วมาถึงก่อนแล้ว กำลังช่วยพี่โยตัดโมเดลอยู่ พี่โยต้องส่งทีสิสศุกร์นี้

เจี๊ยบร้อง "เธอกับฉันกับคนอื่นๆ" แบบแก้เนื้อใหม่ ไอ้อั๋นบ่นว่าเพลงพวกมึ งนี่เนื้อหาไม่ก้าวหน้าเลย

คืนนี้เป็นคืนที่ดี้เพิ่งเจอพี่เต๋อครั้งแรก มันบอกมันถูกชะตาผู้ชายคนนี้มาก

นั่งคุยกันต่อว่า... พี่เต๋อจะยอมตกปากรับทำดนตรีเพลงชุดนี้ให้เราไหม

ตอนดึกๆ หน่อย ฟังเขาวิเคราะห์ข่าวเที่ยงคืนทางวิทยุ เห็นคนวิเคราะห์ข่าวพูดว่า บางทีปีสองปีนี้ นายกเปรมฯอาจจะล้างมืองานทางการเมือง

มันจะเป็นไปได้อย่างไร พลเอกเปรมฯไม่เป็นนายกฯ แล้วเมืองไทยใครจะเป็นนายกฯได้ คุณชวนหรือ? คุณชาติชายหรือ?

หรือจะเป็นคุณบรรหาร

บ้าน่า...

มันเมื่อวานนี้เองจริงๆ

ไม่รู้สิครับ ผมตื่นมาวันนี้ ผมเจออะไรตั้งหลายอย่างที่มันเปลี่ยนแปลงไปจนแทบไม่น่าเชื่อ อะไรที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ในวันนั้นมันก็ได้เป็นไปแล้วในวันนี้ ถึงวันพรุ่งนี้ผมก็คงได้เขียนบันทึกอีกว่า สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในวันนี้ มันได้เป็นไปแล้วเช่นกัน

ผมไปเปิดตู้เย็นดูมาแล้วครับ กระเพาะปลาถุงที่ผมซื้อมาเมื่อวานยังอยู่ดีอยู่เลย อีกสักประเดี๋ยวผมจะเอามาอุ่นกินกับข้าวเปล่าให้สมอยาก

แค่คิดก็อร่อยไปถึงไหนๆ แล้ว