วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ปรีดาแห่งชีวิต

หลายๆ ท่านคงจะเคยตั้งคำถามกับตัวเองหรือกับคนอื่น ๆ ว่า "อะไรคือความต้องการของชีวิต" ค่ะ ตัวคนเขียนก็เคยตั้งคำถามนี้กับตัวเองบ่อย ๆ ใช่สินะ..อะไรกันที่เป็นสิ่งปรารถนาของชีวิตเรา? สิ่งใดเล่าที่จะมาเติมเต็มชีวิตเราไม่ให้รู้สึกขาดพร่อง?

จนกระทั่งคนเขียนได้มาอ่านบทความของคุณประภาส ชลศรานนท์ จากหนังสือชุดคุยกับประภาส ลำดับที่ 7 เท่าดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นการรวมบทความและจดหมายจากคอลัมน์ "คุยกับประภาส" ในหนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันอาทิตย์ ที่เป็นที่รู้จักและคุ้นเคยกันดีของนัก อ่าน หลาย ๆ ท่านคงจะเคยได้ยินชื่อของชายผู้นี้ ผู้ซึ่งคนเขียนมองเขาเป็นผู้ชายที่มีความคิดมหัศจรรย์คนหนึ่งเลยทีเดียว แต่บางท่านอาจจะมองเห็นเขาเป็นผู้ชายที่มีความคิดบิด ๆ เบี้ยว ๆ คนหนึ่งเท่านั้นเอง แต่ท่านรู้หรือไม่ว่า ชายผู้นี้เป็นหนึ่งในสามของผู้ก่อตั้งนิตยสารไปยาลใหญ่และสำนักศิษย์สะดือ ที่เคยสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับกลุ่มหนุ่มสาวและวงการวรรณกรรมไทยในยุค หนึ่งมาแล้ว

คนเขียนขอนำบางส่วนในงานเขียนนั้นมาเขียนไว้ในบันทึกนี้....

สองพันกว่าปีก่อน ปราชญ์เฒ่าผู้มีชื่อเสียงยืนยาวมาถึงทุกวันนี้ก็เคยถูกตั้งคำถามจากศิษย์ หนุ่ม "ท่านโสเครติส สิ่งใดคือความต้องการในชีวิตของข้าพเจ้ากันแน่" นักเรียนผู้นี้มาจากตระกูลอันมั่งคั่งได้ถามปราชญ์แห่งกรุงเอเธนส์ "เงินทอง ชื่อเสียง หรือภรรยาผู้เลอโฉม" และไม่ว่าโสเครติสจะอธิบายว่า แต่ละสิ่งที่พูดมานั้นย่อมมีความหมายต่อชีวิตไม่เหมือนกัน และไม่เท่ากัน มันขึ้นอยู่กับห้วงเวลา ศิษย์ผู้สงสัยในชีวิตผู้นั้นก็ยังคงพะเน้าพะนอพะนึงโสเครติสเพื่อหาคำตอบให้ ได้ดั่งใจตัวเอง

เมื่อทนความรบเร้าไม่ไหว โสเครติสจึงตัดสินใจจูงมือศิษย์หนุ่มไปยังริมแม่น้ำ "ท่านจะพาข้าฯ ไปแห่งใด" ศิษย์ถามด้วยความสนเท่ห์

"เจ้าอยากรู้มิใช่หรือว่า สิ่งใดคือปีติแห่งชีวิตเจ้า" โสรเครติสพูดพลางดึงมือลูกศิษย์ลงไปในแม่น้ำ

"ที่นี่มีคำตอบหรือ?" ศิษย์หนุ่มถามเมื่อทั้งคู่เดินลุยน้ำมาถึงระดับเอว

ไม่ ทันขาดคำ โสรเครติสก็ใช้มือทั้งสองข้างผลักลูกศิษย์ขี้สงสัยจมลงไปในน้ำ ผลักไม่ผลักเปล่า หนำซ้ำยังใช้มือกดหัวให้จมน้ำอยู่อย่างนั้น ศิษย์หนุ่มถูกกดน้ำก็พยายามดิ้นทุรนทุราย โสเครติสเห็นลูกศิษย์ดิ้นก็ไม่ยอมปล่อย กลับออกแรงกดมากขึ้น ครั้นพอคะเนได้ว่าลูกศิษย์ตัวเองเริ่มจะหมดลมหายใจ โสเครติสก็ปล่อยมือ ทันทีที่ทะลึ่งพรวดขึ้นมาหายใจได้ ศิษย์จึงรีบต่อว่าต่อขานโสเครติสอย่างหนัก "ท่านอาจารย์จะสังหารข้าฯ หรืออย่างไร?"

"ตอนที่ข้าเอามือกดหัว ท่านไว้ ท่านหายใจออกไหม?" โสเครติสถามหน้าตาเฉย ลูกศิษย์รีบตอบ "ท่านวิกลจริตหรือเปล่า..ท่านโสเครติส ใครจะไปหายใจออก"

โส เครติสรุกต่อ "แล้วตอนที่ท่านกำลังจะหมดลม ท่านต้องการสิ่งใดมากที่สุดในชีวิต?" คำถามนี้ไม่ว่าใครก็ตอบได้ ว่าแล้วโสเครติสก็ตอบเอง "อากาศใช่ไหม? และตอนนี้ท่านได้มันแล้วนี่ ท่านดีใจไหมที่ได้อากาศหายใจ แล้วทีนี้ท่านรู้หรือยังว่าชีวิตต้องการอะไร?"

ผ่านมาอีกพันกว่าปี.... ปราชญ์อีกคนหนึ่งชื่อ นัสรูดิน ก็ได้ทำอะไรแปลก ๆ เพื่อตอบคำถามของผู้ต้องการพบกับความปรีดาแห่งชีวิต นัสรูดินเป็นปราชญ์ที่บางคนให้คำจำกัดความที่น่างุนงงว่า "คนโง่ที่ฉลาดที่สุด" ด้วยเป็นคนที่มีวิธีคิด วิธีพูด ที่ผิดแผกจากผู้คนทั่วไป เรื่องเล่าของนัสรูดินมักเป็นเรื่องเล่าที่เล่าต่อกันมาปากต่อปาก รวมทั้งเรื่องนี้ด้วย

วันหนึ่งนัสรูดิน เดินทางมาพบกับชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ทางเท้า มือข้างหนึ่งหยิบทรายขึ้นมาโปรยเล่นอย่างไร้จุดหมาย "เธอเป็นอะไรหรือ?" นัสรูดินถาม "ดูเธอหดหู่มาก เกิดอะไรขึ้นกับเธอหรือ"

"เปล่าเลย ชีวิตข้าฯปกติดี" ชายหนุ่มตอบ "ปกติดีเกินไปด้วยซ้ำ ข้าฯมีงานที่ดี มีชีวิตที่สุขสบาย แต่มันต้องมีอะไรมากกว่านี้สิ" ชายหนุ่มยังคงใช้มือกอบทรายขึ้นมาโปรยเล่น "ข้าฯ เดินทางท่องเที่ยวไปทั่ว เพื่อค้นหาว่าชีวิตมันต้องมีอะไรมากกว่านี้ที่จะทำให้ข้าฯ รู้สึกปีติ หรือท่านรู้ว่าอะไรคือความยินดีของชีวิต"

นัส รูดินไม่ตอบโต้สิ่งที่ชายหนุ่มคร่ำครวญ เขามองไปที่กระเป๋าสะพายหลังที่ชายหนุ่มถอดวางพิงไว้ข้างตัว แล้วนัสรูดินก็หยิบกระเป๋าของชายหนุ่มขึ้นมา แล้วก็เอามาสะพายไว้ที่หลังตัวเอง ขณะที่ชายหนุ่มกำลังนึกว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง นัสรูดินก็ออกวิ่งไปพร้อมกับกระเป๋าที่สะพายอยู่ข้างหลัง

"ท่าน จะเอากระเป๋าข้าฯ ไปไหน?" ชายหนุ่มร้องตะโกน นัสรูดินไม่ฟัง ยังคงวิ่งต่อไป ชายหนุ่มรู้สึกประหลาดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก และทันทีที่พอจะตั้งสติได้ เขาก็รีบออกวิ่งตามนัสรูดินไป "เอากระเป๋าข้าฯ คืนมา" ชายหนุ่มวิ่งไปพลาง ตะโกนไปพลาง

ด้วย ความเป็นคนที่รู้จักถนนหนทางแถวนั้นเป็นอย่างดี นัสรูดินจึงวิ่งลัดเลี้ยวเข้าซอกเข้าซอยอย่างชำนาญ ส่วนตัวชายหนุ่มก็ไม่ละความพยายามที่จะวิ่งให้ทันนัสรูดินให้ได้ แต่ดูเหมือนนัสรูดินจะแกล้ง เพราะทันทีที่ชายหนุ่มทำท่าจะวิ่งทัน นัสรูดินก็จะเร่งฝีเท้าเข้าตรอกหายไปอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อไรที่นัสรูดินทิ้งห่างชายหนุ่มมากเกินไป นัสรูดินก็จะชะลอฝีเท้าลงให้ชายหนุ่มเจ้าของกระเป๋าเห็นหลังไวๆ หลังจากวิ่งวนไปวนมาอยู่พักใหญ่ นัสรูดินก็วิ่งมาถึงจุดเดิมที่ชายหนุ่มคนนั้นนั่งอยู่ แล้วจู่ ๆ นัสรูดินก็วางกระเป๋าสะพายหลังของชายหนุ่มลงที่เดิม แล้วก็ไปแอบซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้บริเวณนั้น

เมื่อ ชายหนุ่มมาถึง และได้เห็นกระเป๋าตัวเองวางอยู่ สีหน้าของชายหนุ่มแสดงความยินดีอย่างออกนอกหน้าที่ได้พบกระเป๋าของตัวเองที่ ดูเหมือนเพิ่งถูกวิ่งราวไปเมื่อกี้ เขาเอากระเป๋าขึ้นสะพายหลังและทำท่าเหมือนจะกระโดดด้วยความปรีดา นัสรูดินซึ่งแอบมองอยู่เห็นดังนั้น ก็ค่อยๆ เดินเลี่ยงหลบออกไป เรื่องเล่าของนัสรูดินก็จบลงเพียงนี้....