วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ประภาสกับดาราศาสตร์

“ประภาส” วิพากษ์คนไทยไม่เข้าถึงดาราศาสตร์ ถูกมองเป็นวิชาชีพ-เด็กโดนสกัด

ประภาส ชลศรานนท์ วิพากษ์คนไทยไม่เข้าถึงดาราศาสตร์ ถูกมองเป็นวิชาชีพ-เด็กโดนสกัด


คน ส่วนใหญ่มักมองดาราศาสตรเป็นเรื่องไกลตัว และไม่รู้ว่าจะเรียนไปเพื่ออะไร แต่คนบางกลุ่มที่หลงใหลในดวงดาวค้นพบว่าศาสตร์แขนงนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวและ เอื้อประโยชน์ต่อเรามากมาย






ศาสตร์ของดวงดาวที่อยู่ไกลโพ้นกับถูกมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว เด็กที่สนใจใฝ่รู้แต่ถูกคุณครูสกัดดาวรุ่งก็มีอยู่มาก ระบบการเรียนการสอนก็ไม่เอื้ออำนวย แล้วจะทำอย่างไรให้เด็กไทยหันมาสนใจเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ อย่างสนุกได้ ตัวแทนครู ผู้ปกครอง และเยาวชนยุววิจัยมีข้อเสนอแนะ

คนส่วนใหญ่คิดว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องของเด็กเก่ง ดวงดาวเป็นเรื่องไกลตัว งานวิจัยเป็นเรื่องของอัจฉริยะ แต่ครูและนักเรียนบางกลุ่มพิสูจน์ให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องของทุกคน ดวงดาวอยู่รอบตัวเรา งานวิจัยใครก็ทำได้

“ผมคิดว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องยาก นั่นก็เพราะครูส่วนมากทำให้ยาก ทำให้เห็นเป็นเรื่องไกลตัวหรือเฉพาะเด็กเก่งเท่านั้น เช่น ให้ท่องว่าเมฆรูปร่างอย่างนั้นเรียกว่าอะไร ใครจะอยากท่อง แต่หากสอนว่าเมฆนั้นมีผลอย่างไรกับชีวิตเรา มันจะใกล้ตัวเข้ามาทันทีและน่าสนุกมากกว่า” ประภาส ชลศรานนท์ นักเขียนชื่อดังกล่าวแสดงความเห็นในฐานะตัวแทนผู้ปกครองที่มีบุตรสนใจใน เรื่องราวดาราศาสตร์ และเป็น 1 ในยุววิจัยของศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ (LESA)

“สังคมส่วนใหญ่ในบ้านเรายังไม่เข้าใจเรื่องดาราศาสตร์ หลายคนยังมองเห็นเป็นเรื่องของโหราศาสตร์ไปอีก ทั้งๆที่ดาราศาสตร์มีหลายมิติให้เรามอง ทั้งมิติทางวิทยาศาสตร์ หรือมิติทางด้านปรัชญา ศาสนา อย่างภาพดวงดาวที่เรามองเห็นเป็นภาพประวัติศาสตร์ หรือภาพในอดีต บ่งบอกว่าไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอนในแง่ของปรัชญาพุทธศาสนา” ประภาสแสดงความเห็นและเพิ่มเติมว่า

“ไม่เฉพาะดาราศาสตร์เท่านั้น คนส่วนใหญ่มองวิทยาศาสตร์เป็นวิชาชีพมากเกินไป ทั้งที่จริงวิทยาศาสตร์เป็นความรู้พื้นฐานที่ทุกคนควรมีเหมือนธรรมะ อย่าคิดว่าเรียนไปทำไม ผู้ปกครองควรเปิดใจให้กว้าง โรงเรียนควรให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์เท่าเทียมกับวิชาอื่นๆ ผมคิดว่าเด็กทุกคนมีความสนใจวิทยาศาสตร์ในตัวอยู่แล้ว แต่อาจถูกจำกัดอยู่ภายใต้กรอบความคิดของผู้ใหญ่ หากเด็กสงสัยและถาม ผู้ใหญ่ก็ไม่ควรมองเป็นเรื่องน่ารำคาญ ซึ่งอาจเป็นการสกัดดาวรุ่งและตัดประกายไฟในตัวเด็กได้”