วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2556

"ชายใบ้ที่ไล่นับเสาทางด่วน"

นิทานล้านบรรทัด 
ประภาส ชลศรานนท์


บนเมล์สายหนึ่งที่กำลังวิ่งไปยังชานเมือง ผู้โดยสารที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่คนเริ่มสังเกตเห็นว่า ผู้โดยสารคนที่นั่งชิดหน้าต่างด้านขวากำลังส่งเสียงแปลกๆ พร้อมกับเอาดินสอจนอะไรบางอย่างในสมุดเล่มเล็กๆ
“อื้อๆ อี้ๆ”

ตำรวจวัยกลางคนยศจ่าที่นั่งอยู่หลังสุดชะโงกหน้ามองผู้โดยสารคนนั้นแล้วหันมาพูดเบาๆกับกระเป๋ารถเมล์ “สงสัยจะใบ้”

หญิงสาววัยรุ่นผมดัดหยิกตามสมัยนิยมได้ยินนายตำรวจพูดก็หันไปมองตาม พร้อมๆกับเด็กหนุ่มที่นั่งถัดไปอีกแถวหนึ่งที่เพิ่งเงยหน้าจากหนังสือนิตยสารฟุตบอล เขาลองพยายามเงี่ยหูฟังผู้โดยสารที่ทำเสียงอู้อี้คนนั้น
หญิงชราที่นั่งใกล้มากที่สุดบ้วนน้ำหมากใส่ถุงพลาสติกแล้วหันไปมองผู้โดยสารใบ้อย่างจริงจัง เสียงอู้อี้ในลำคอของชายใบ้ดังขึ้น พลางชี้มือชี้ไม้ไปที่เสาทางด่วนที่รถวิ่งผ่าน

กระเป๋ารถเมล์เดินเข้าไปหา
“พี่ชายทำอะไรอ่ะ” กระเป๋ารถเมล์พูดพลางเอามือลูบแผลที่แขนตัวเองเบาๆ เขาเพิ่งไปสักยันต์อาจารย์ตุ้มม

“อื้อเออๆ อื้ออี้ออๆ อื้อๆ” ชายใบ้หันมาพูดกับกระเป๋ารถเมล์
“นับเสาทางด่วนเหรอ”กระเป๋าหนุ่มหัวเราะ
ชายใบ้พยักหน้า แล้วก็อธิบายต่อ “อื้อๆ ออๆ อื้อ อื้ออื่อ อื๋อ อี้อือ อื้อๆ”

หญิงชราเอาหมากใส่ปากอีกชิ้นแล้วก็เมินหน้าไม่สนใจ มองออกหน้าต่างไป จ่าตำรวจเห็นกระเป๋ารถเมล์คุยกับชายใบ้เลยตะโกนข้ามมาอย่างอารมณ์ดี “ถามเขาดูสิ ว่าจดนับเสามาตลอดทางเลยหรือไง เห็นเขียนอะไรยุกยิก”

กระเป๋าหนุ่มทำท่าก้มลงไปมองสมุดเล่มเล็กๆของชายใบ้ เขารีบเอียงสมุดเข้าหาตัวแล้วก็ปิดไม่ให้กระเป๋าหนุ่มเห็น “อื้อๆอือ อือๆๆๆ อื้อ” ท่าทางไม่พอใจของเขาแสดงออกมาอย่างชัดเจน

“ใช่มั้งครับจ่า” กระเป๋ารถเมล์หัวเราะ “นับได้กี่ร้อยต้นแล้ว” กระเป๋าหนุ่มแซว

คนอื่นๆเห็นกระเป๋าหนุ่มหัวเราะ ก็เลยหัวเราะตามแก้เขินกันทั้งรถ ถึงตอนนี้ผู้คนที่อยู่บนรถเมล์ต่างก็มองออกไปนอกหน้าต่างแล้วก็ใช้ความคิดของตัวเองตัดสินคนอื่

หญิงชราส่ายหน้าเบาๆด้วยกำลังคิดว่าชายคนนั้นถ้าไม่บ้าก็เมา คนอะไรจะนับเสาทางด่วนไปเรื่อยๆ

จ่าตำรวจนั้นถึงขั้นสมเพชชายใบ้ด้วยซ้ำว่าชายใบ้นั้นคงว่างมากจึงมาทำอะไรที่ไร้สาระสิ้นดี

มาที่ชายหนุ่มที่อ่านหนังสือบอลคนนั้นบ้าง เขาไม่แสดงปฏิกิริยาอะไรมากนัก แต่เขากำลังคิดต่อไปว่า แล้วชายใบ้จะนับเสาได้ครบได้อย่างไร ในเมื่อเสาทางด่วนมันมีเส้นทางไปได้หลายทาง ขึ้นเหนือลงใต้หรือจะไปทางตะวันออกก็มี แล้วในที่สุดชายหนุ่มผู้หลงใหลในกีฬาฟุตบอลก็จบกระบวนความคิดของตัวเองว่าชายใบ้ทำสิ่งที่ไร้ประโยชน์เอามากๆ

ส่วนหญิงสาวผมหยิก เธอไม่ได้ดูแคลนเขาเหมือนคนอื่นๆแต่เธอก็คิดว่าทำไมเขาจึงไม่ไปรักษาตัว หรือทำไมญาติพี่น้องของเขาจึงไม่มาดูแลเขา ทำไมจึงปล่อยเขาออกมาอยู่ในสังคมภายนอก แล้วทำอะไรที่ไร้สาระอย่างนี้

ชายใบ้ยังคงเขียนอะไรยุกยิกในสมุดเล่มเล็กเล่มนั้นต่อ

อยากรู้ไหมว่าเขาจดอะไร ตัวเลขจำนวนเสาทางด่วนหรือ เปล่าเลย ในสมุดจดของเขาเขียนไว้ดังนี้

ทำไมตำรวจต้องใส่ชุดคับๆแน่นๆ จะวิ่งจะเดินก็ไม่ถนัด
ผู้หญิงดัดผมไปทำไม ดัดเสร็จเดี๋ยวก็ยืดใหม่
คนเราจะดูคนหน้าเดิมๆมาเตะฟุตบอลลูกหนึ่งให้เข้าประตูอีกข้างหนึ่งไปทำไม
คนแก่จะเคี้ยวหมากไปทำไม กินก็ไม่กิน กลืนก็ไม่กลืน
คนหนุ่มจะเอาสีดำๆมาฝังเข้าไปในผิวหนังตัวเองทำไม
ทำไมคนมากมายจึงไร้สาระเหลือเกิ
...................................................