วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2552

ความรักของเราคงเหมือนนาฬิกาทราย..
.. เมื่อด้านหนึ่งถูกเติมเต็ม
อีกด้านกลับว่างเปล่า ..และสูญสิ้นไป..กับกาลเวลา........

.. เมื่อเราพบกัน ทุกอย่างเหมือนฝันใครคนหนึ่งทำให้เรามองแลสะกดตรึงไว้เช่นนั้น

ทุกวันทุ่มเท ทุกวันมั่นคง ทุกวัน.. จนวัน เดือน ปีผันและผ่านไป บางอย่างที่มั่นคง กลับ

สลายค่อย ๆ หมดไปลดลงและหายไปกับกาลเวลา "การเติมเต็มทำเธอทำให้บางอย่าง..

ที่ฉันเคยมีจางหายไป เมื่อไหร่เธอจะเต็ม เมื่อไหร่เธอจะแบ่งมันมาบ้าง" การรอคอยอาจ

ทำให้คุณมีความหวัง แต่กาลเวลาก็มักจะกร่อนความฝัน และความหวังนั้นให้หมดไป

ถ้าเรากลับด้านให้นาฬิกาทรายบ้าง ทรายก็คงไม่หมดไปจากด้านใดด้านหนึ่ง ความรัก..

คือการเต็มกัน และกันไม่จำเป็นต้องเติมให้เต็ม ไม่จำเป็นต้องให้เท่าเทียมกัน แค่ให้

เพียงพอ และให้คงอยู่ก็พอแล้ว ....

> ฉันอยู่ตรงนี้..เพื่อรอพบเธอ
> ฉันอยู่ตรงนี้..เพื่อเจอบางคน
> ฉันอยู่ตรงนี้..และยังสับสน
> ฉันอยู่ตรงนี้..เพื่อคนไม่รักกัน

ความรัก..ทำให้เป็นสุข

ความรัก..ก่อให้เกิดทุกข์ (ถ้าไปยึดติดกับมัน)

ความรัก..สอนให้เราให้อดทน

ความรัก..ทำให้เราใส่ใจ

ความรัก..สอนให้ไม่เรียกร้องสิ่งใด

และความรัก..อาจทำให้ใคร ๆ รอคอยบางคน

.. เราเรียนรู้ความรักเพื่อให้เรารักเป็นอย่างนั้นหรือ ? สำหรับบางคนเราเรียนรู้ และ

เลือกที่จะรักเพื่อพบความสุข โดยลืมไปว่าความทุกข์เดินอยู่เยงข้างเสมอ.. รักเถอะ

รักไปให้เป็นสุขที่สุดเก็บเกี่ยววันเวลาที่มีค่า เรียนรู้ชีวิตจากใครบางคน และเรียนรู้ที่จะ

ยิ้มทั้งน้ำตา ..เมื่อวันหนึ่งความรักโบกมือลา ความทุกข์ที่คอยเคียงข้างเธอเสมอมา

จะคอยปลอบประโลมเธออย่าลืมต้อนรับ และเรียนรู้ที่จะรู้จักกับเขาด้วยเช่นกัน...

ทำไมน้ำตกถึงสวย

ทำไมน้ำตกถึงสวย...

พ่อ : รู้มั้ยลูก...ทำไมน้ำตกถึงสวย...
ลูก : ก็เพราะมันเป็นน้ำตกไงคะพ่อ...

พ่อ : ไม่ใช่หรอกลูก...
ที่น้ำตกสวยน่ะ... เพราะน้ำตกไม่ยอมเก็บน้ำไว้ในชั้นของตัวเองต่างหาก...
ลูก : หมายความว่าไงคะพ่อ...
พ่อ : ลูกสังเกตไหมล่ะว่า...


เวลาน้ำตกตกลงมาจากชั้นหนึ่งแล้ว...
น้ำนั้นก็จะถูกส่งต่อลงไปอีกชั้นหนึ่งทันที..
เพราะวิธีนี้ที่น้ำตก...ไม่เห็นแก่ตัว...
แต่ยอมส่งน้ำที่ตกมาจากชั้นอื่น..แล้วส่งต่อกันไปเรื่อย ๆ อย่างนี้..
น้ำตก..ถึงสวย...
และน้ำตก..จึงยังคงเป็นน้ำตก...ที่มีเสน่ห์..ไงละ


ข้อคิดจากเรื่องนี้...
อย่าลืมน่ะลูก...
ถ้าลูกอยากให้ตัวเองเป็นคนที่น่ารัก...
ลูกควรจะเป็นอย่างน้ำตก..
หากมีสิ่งดี ๆ ตกมาถึงตัวลูก...
อย่าเก็บสิ่งดี ๆ นั้นไว้..คนเดียว..
ลูกต้องเรียนรู้ที่จะ...แบ่งปัน...ออกไปให้มากที่สุด
มีก็แต่คนที่ "ให้" ออกไปเท่านั้นแหละ...ลูก..
จึงจะเป็นคนที่ "ได้รับ" อย่างแท้จริง...
จากธรรมะสวัสดี

วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2552

ง่ายกับยาก

ง่ายกับยาก....What do you think ! ღ


ง่ายที่จะ...ตั้งกฎเกณฑ์
ยากที่จะ...ทำตามกฎนั้น


ง่ายที่จะ...ฝันทุกค่ำคืน
ยากที่จะ...สู้เพื่อฝันนั้น


ง่ายที่จะ...อวดความสำเร็จ
ยากที่จะ...ยอมรับความพ่ายแพ้อย่างมีศักดิ์ศรี



ง่ายที่จะ...ตัดสินความผิดพลาดของคนอื่น
ยากที่จะ...สำนึกถึงความผิดของตนเอง


ง่ายที่จะ...พูดโดยไม่คิด
ยากที่จะ...ไม่พูด


ง่ายที่จะ...ทำร้ายคนที่รักเรา
ยากที่จะ...เยียวยาบาดแผลที่เราทำไว้กับเขา


ง่ายที่จะ...อภัยให้คนอื่น
ยากที่จะ...ขอให้คนอื่นอภัยให้



ง่ายที่จะ...ชื่นชมความงามของดวงจันทร์
ยากที่จะ...เห็นอีกด้านของมันที่ไม่สวยงามนัก


ง่ายที่จะ...สะดุดหกล้ม
ยากที่จะ...ลุกขึ้นมาใหม่


ง่ายที่จะ...มีความสุขในทุกวัน
ยากที่จะ...เห็นคุณค่าที่แท้จริงของความสุขนั้น


ง่ายที่จะ...สัญญากับใคร ๆ
ยากที่จะ...ทำตามสัญญานั้น



ง่ายที่จะ...บอกว่ารัก
ยากที่จะ...แสดงความรักนั้น


ง่ายที่จะ...วิจารณ์คนอื่น
ยากที่จะ...ปรับปรุงตนเอง


ง่ายที่จะ...ทำผิด
ยากที่จะ...เรียนรู้จากความผิดนั้น


ง่ายที่จะ...ทุกข์ทรมานเพราะสูญเสียความรัก
ยากที่จะ...รักษารักนั้นเพื่อที่จะไม่ต้องสูญเสียมันไป



ง่ายที่จะ...คิดที่จะปรับปรุง
ยากที่จะ...เลิกคิด แล้วทำให้มันเกิดขึ้นจริงซะที


ง่ายที่จะ...คิดกับคนอื่นในแง่ร้าย
ยากที่จะ...ให้โอกาส และคิดว่าเขาอาจจะไม่เป็นเช่นที่เราคิด


ง่ายที่จะ...รับ
ยากที่จะ...ให้


ง่ายที่จะ...รักษาความเป็นเพื่อนด้วยคำพูด
ยากที่จะ...ทำตามความหมายของคำว่าเพื่อน


'...But man is not made for defeat.
A man can be destroyed but not defeated.'


มนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมแพ้
มนุษย์อาจถูกทำลายได้แต่จะไม่ยอมแพ้

เวลา

พระพุทธเจ้าเคยอบรมสั่งสอนมนุษย์ไว้ว่า
ทรัพย์สินที่พึงได้จากการประกอบ กิจการงานต่าง ๆ นั้น ควรแบ่งออกเป็น 4 กองเท่าๆ กัน



กองแรก เก็บสะสมไว้ใช้ยามขัดสน
กองสอง ใช้จ่ายเพื่อทดแทนผู้มีพระคุณ
กองสาม ใช้เพื่อความสุขส่วนตัว
กองสี่ ใช้เพื่อสร้างสรรค์ความดีงามให้แก่สังคม



แล้วการทำงานของมนุษย์ล่ะ
หลายคนยังมัววุ่นแก่การทำงานโดยไม่ ยอมแบ่งเวลาเหลียวหลังมองถึง
บุคคลที่รักและห่วงใยตนเองเลยหรือ???



มนุษย์บางคนทุ่มเวลาทั้งหมดให้แก่หน้าที่การงาน
พร้อมกับคิดว่า
การกระทำดังนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้อง แล้ว
แต่นั่นคือการกระทำที่โง่เขลาเป็น ที่สุด



ทุกคนมีเวลาวันละ 24 ชั่วโมงเท่า ๆ กัน
แต่ผู้ใดที่ทุ่มเวลาทั้งหมดให้กับ งาน
โดยไม่ยอมแบ่งปันเวลาให้แก่ผู้ใด
แม้กระทั่งตัวเองเป็นมนุษย์ที่เขลา เบาปัญญาที่สุด บริหารไม่ได้แม้กระทั่งเวลา
24 ชั่วโมงของตัวเองในแต่ละวันแล้ว มนุษย์ผู้นั้นจะบริหารอะไรได้



ทำไมมนุษย์ผู้ชาญฉลาดจึงไม่แบ่งปันเวลา
ให้เสมือนหนึ่งการแบ่งปันกองเงิ
ตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าบ้างเล่า ...



ไม่ต้องแบ่งเวลาให้เป็นสี่กองเท่า ๆ กันหรอก
เพียงแต่แบ่งปันเวลาในแต่ละส่วนให้ เหมาะสมเท่านั้น



8 ชั่วโมงสำหรับการทำงาน เพื่อความก้าวหน้ามั่นคงในชีวิ
8 ชั่วโมงสำหรับการพักผ่อน
เก็บเรี่ยวแรงไว้ต่อสู้กับหน้าที่ การงานและอุปสรรคในวันพรุ่งนี้
5 ชั่วโมงสำหรับการเดินทาง เพื่อประกอบกิจการต่าง ๆ
2 ชั่วโมงสำหรับโลกส่วนตัวของตนเอง
59 นาที สำหรับดูแลและรักษาความสะอาดของที่อยู่อาศัย และช่วยเหลือสังคม



และ 1 นาทีของคุณ
ที่มอบให้กับคนที่รักและห่วงใยคุณ โดยไม่นำเวลาอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะเพียง 1 นาทีนี้ มันมีค่ามากเกินกว่าคณานับได้ในความรู้สึกของเขาคนนั้น



จงอย่ากล่าวว่า ' ไม่มีเวลา... '
เพราะเวลาเป็นสิ่งที่ยุติธรรมที่สุด ในโลกนี้ที่มีให้แก่มนุษย์
มนุษย์ทุกคนมีเวลาวันละ 24 ชั่วโมงเท่า ๆ กัน ไม่มีใครมีเวลามากและไม่มีใครมีเวลาน้อยไปกว่านี้



24 ชั่วโมงใน 1 วัน ที่มหาเศรษฐี หรือยาจก
มีเท่าเทียมกันไม่ขาดเกินแม้แต่เศษ เสี้ยวของวินาที



ด้วยเหตุนี้ มนุษย์ผู้ใดที่กล่าวว่า ' ไม่มีเวลา '
จึงเป็นผู้ล้มเหลวในการบริหารเวลา 24 ชั่วโมง
ในแต่ละวันของตนเองอย่างสิ้นเชิง และใช้คำว่า ' ไม่มีเวลา '
เป็นข้อแก้ตัวเพื่อปกปิด ความล้มเหลวเรื่องเวลาของตนเองอย่างขลาดเขลา



มนุษย์ผู้ฉลาดและประสบความสำเร็จในชีวิต
จึงไม่ใช่ผู้ที่เก่งแต่การทำงาน อย่างเดียว
แต่มนุษย์ผู้ฉลาดและประสบความสำเร็จ ในชีวิต
ต้องเป็นผู้ที่รู้จักแบ่งสัดส่วน เวลาวันละ 24 ชั่วโมงของตนเอง ได้อย่างลงตัว



วันละ 24 ชั่วโมงของตนเอง
ที่มีไว้สำหรับการทำงาน การพักผ่อน การเดินทาง
มิตรภาพ ความรัก ความอบอุ่น ความห่วงใย ความเอื้ออาทร ฯลฯโดยไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่สิ่งหนึ่ง สิ่งใด ที่เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิต



นี่แหละ คือมนุษย์ผู้ชาญฉลาดที่รู้จัก ' ใช้เวลา '
แล้ววันนี้..คุณจะยังอ้างเหตุผลว่า
' ไม่มีเวลา ' อีกหรือ? จงเปลี่ยนความคิดของคุณตั้งแต่บัดนี้นะครับ

เพราะเคยไม่รู้ และยังไม่รู้อีกเยอะ

" เรารู้ว่าหนังสือไม่ใช่วิธีการที่จะให้คนอื่นมาคิดแทนเรา

ในทางตรงข้าม มันคือเครื่องมือที่กระตุ้นให้เราคิดได้ไกลมากยิ่งขึ้น "

" ครูเปิดประตูให้ แต่คุณจะต้องเดินเข้าไปด้วยตัวคุณเอง "

" วรรณคดี ย่อมไม่นำไปในทางที่ผิด "

" ความหิวแก้ด้วยอาหาร ความเขลาแก้ด้วยการศึกษา "

" ถ้าไม่ศึกษาเพิ่มเติมขึ้นทุกๆ วัน ก็จะล้าหลังลงทุกๆ วัน "

" การศึกษาเปรียบเสมือนพายเรือทวนน้ำ ถ้าไม่รุดหน้าก็ถอยหลัง "

" เลี้ยงลูกชายโดยไม่ให้การศึกษา ก็เหมือนเลี้ยงลา

เลี้ยงลูกสาวโดยไม่ให้การศึกษา ก็เหมือนเลี้ยงหมู "

" เงียบลง คุณจึงจะคิดได้

ถ้าคุณไม่เงียบ คุณจะไม่ได้ยินทุกอย่างที่คนพูดกับคุณ

เพราะว่าใจคุณพะวงอยู่กับสิ่งที่คุณคิดว่าคุณรู้แล้ว

เรียนรู้ที่จะฟัง ฟังด้วยหัวใจของคุณ "

" หนังสือทุกเล่มอ่านอย่างละเอียด แบบขบเคี้ยวเพื่อให้ได้เนื้อแท้ของมัน "

" ผู้ใดรู้จักใช้พู่กัน จะไม่ต้องขอทานเขากิน "

" อุดมการณ์เล็กนิดเดียว แต่ใจใหญ่ ผลสุดท้ายย่อมแย่

ลังเลโลเล สุดท้ายย่อมเสียใจ "

" เรียน จึงรู้ว่าตนเองด้อยความรู้

สอน จึงรู้ว่าลำบาก

ผู้ที่รู้ว่าด้อยความรู้ จึงจะเตือนตัวเองได้

ผู้ที่รู้ว่าลำบาก จึงจะฝึกตนให้เข้มแข็ง "

" ไม่เป็นจึงต้องเรียน ไม่รู้จึงต้องถาม "

" พูดถึงอะไรก่อนอะไรหลัง ความรู้ต้องมาก่อน

พูดถึงอะไรสำคัญที่สุด ความประพฤติย่อมสำคัญที่สุด "

" การเรียนภาษาต่างประเทศนั้นไม่ยาก มันก็เหมือนกับการคบเพื่อน

ยิ่งคบก็ยิ่งคุ้นเคย พบหน้ากันทุกวัน มิตรภาพก็ยิ่งสนิทแน่นแฟ้น "

" คนที่เก่งทุกทาง แท้จริงคือคนที่ไม่มีอะไรเก่งจริงสักอย่าง

คนที่รอบรู้ไปหมดทุกเรื่อง แท้จริงคือคนที่ไม่เชี่ยวชาญอะไรเลย "

มีอะไรดี ๆ ให้อ่าน

มี อ ะ ไ ร ดี ๆ ใ ห้ อ่ า น **

โลกกลมๆ ใบนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรี

ของฟรีไม่เคยมี ของดีไม่เคยถูก

อยู่ให้ไว้ใจ ไปให้คิดถึง

คนเราต้องเดินหน้า เวลายังเดินหน้าเลย

ไม่ต้องสนใจว่าแมวจะสีขาวหรือดำ ขอให้จับหนูได้ก็พอ

ยิ่งมีใจศรัทธา ยิ่งต้องมีสายตาที่เยือกเย็น

ในโลกกลม ๆ ใบนี้ ไม่มีคำว่า }แน่นอน~

คนเราเมื่อ ตัวตายก็ต้องลงดิน

ท้อแท้ได้ แต่อย่าท้อถอย อิจฉาได้ แต่อย่าริษยา พักได้ แต่อย่าหยุด

เหตุผลของคน ๆ หนึ่ง อาจไม่ใช่ของคน อีกคนหนึ่ง

ถ้าไม่ลองก้าว จะไม่มีวันรู้ได้เลยว่า ข้างหน้าเป็นอย่างไร

หนทางอันยาวไกลนับหมื่นลี้ ต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรกก่อนเสมอ

ปัญหาทุกอย่าง อยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น

จะเห็นค่าของความอบอุ่น เมื่อผ่านความเหน็บหนาวมาแล้ว

อันตรายที่สุดคือ การคาดหวัง

เริ่มต้นดีแล้ว ลงท้ายก็ต้องดีด้วย

อย่ายอมแพ้ ถ้ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่

จงใช้สติ อย่าใช้อารมณ์

เบื้องหลังความเข้มแข็ง สมควรมีความอ่อนโยน

ไม่มีคำว่า บังเอิญ ในเรื่องของความรัก มีแต่คำว่า ตั้งใจ

ยินดีกับสิ่งที่ได้มา และยอมรับกับสิ่งที่เสียไป

หลังพายุผ่านไป ฟ้าย่อมสดใสเสมอ

หลังผ่านปัญหา จะรู้ว่าปัญหานั้นเล็กนิดเดียว

ไม่เป็นขุนนางนะ ได้ แต่ไม่เป็นคนไม่ได้

มีแต่วันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้า วันหลัง

เมื่อวานก็สายเกินแล้วพรุ่งนี้ ก็สายเกินไป

อย่าหวังว่าจะได้รับความรัก จากคนที่คุณรัก

เพราะคนที่คุณรัก ไม่ได้รักคุณ หมดทุกคน

เพื่อนทั่วไป ไม่เห็นคุณร้องไห้

เพื่อนแท้ มีหัวไหล่ไว้คอยซับน้ำตาให้

เพื่อนทั่วไป ถือขวดไวน์ติดมือมางานปาร์ตี้ของคุณ

เพื่อนแท้ จะมาแต่หัววันเพื่อช่วยเตรียมงาน

เพื่อนทั่วไป คาดหวังให้คุณเคียงข้างเขาเสมอ

เพื่อนแท้ คาดหวังที่จะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป

ธรรมะ กับ การบริหารเวลา (Time Management)

ธรรมะ กับ การบริหารเวลา (Time Management)


สัพพะทานัง ธรรมะทานัง ชินาติ "การให้ธรรมะเป็นทานชนะการให้ทานทั้งปวง"
ชีวิตคนเราเมื่อพิจารณาให้ดีแล้ว มันสั้นนัก มีเกิดและดับเป็นธรรมดาโลก
แต่ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่นี่ซิ มนุษย์ผู้มีปัญญาจึงควรที่จะดำรงชีวิตอย่างชาญฉลาด
พระพุทธเจ้าเคยอบรมสั่งสอนมนุษย์ไว้ว่าทรัพย์สินที่พึงได้จากการประกอบกิจการงานต่างๆ นั้น ควรแบ่งออกเป็น 4 กองเท่า ๆ กัน
- กองแรก เก็บสะสมไว้ใช้ยามขัดสน
- กองสอง ใช้จ่ายเพื่อทดแทนผู้มีพระคุณ
- กองสาม ใช้เพื่อความสุขส่วนตัว
- กองสี่ ใช้เพื่อสร้างสรรค์ความดีงามให้แก่สังคม
แล้วการทำงานของมนุษย์ล่ะหลายคนยังมัววุ่นแก่การทำงานโดยไม่ยอมแบ่งเวลา เหลียวหลังมองถึงบุคคลที่รักและห่วงใยตนเองเลยหรือ??? มนุษย์บางคนทุ่มเวลาทั้งหมดให้แก่หน้าที่การงานอย่างเอาเป็นเอาตาย พร้อมกับคิดว่าการกระทำดังนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว แต่นั่นคือการกระทำที่โง่เขลาเบาปัญญา ทุกคนมีเวลาวันละ 24 ชั่วโมงเท่าๆ กัน แต่ผู้ใดที่ทุ่มเวลาทั้งหมดให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะงานของตนเอง โดยไม่ยอมแบ่งปันเวลาให้แก่ผู้ใด แม้กระทั่งตัวเอง เป็นมนุษย์ที่เขลาเบาปัญญาที่สุ
หากบริหารไม่ได้แม้กระทั่งเวลา 24 ชั่วโมงของตัวเองในแต่ละวันแล้ว มนุษย์ผู้นั้นจะบริหารอะไรได้ ทำไมมนุษย์ผู้ชาญฉลาดจึงไม่แบ่งปันเวลาให้เสมือนหนึ่ง การแบ่งปันกองเงินตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าบ้างเล่า... ไม่ต้องแบ่งเวลาให้เป็นสี่กองเท่าๆ กันหรอก เพียงแต่แบ่งปันเวลาในแต่ละส่วนให้เหมาะสมเท่านั้น
8 ชั่วโมงสำหรับการทำงาน เพื่อความก้าวหน้ามั่นคงในชีวิต
8 ชั่วโมงสำหรับการพักผ่อนเก็บเรี่ยวแรงไว้ต่อสู้กับหน้าที่การงานและอุปสรรคในวันพรุ่ง
5 ชั่วโมงสำหรับการเดินทาง เพื่อประกอบกิจการต่างๆ
2 ชั่วโมงสำหรับโลกส่วนตัวของตนเอง
59 นาที สำหรับดูแลและรักษาความสะอาดของที่อยู่อาศัยและช่วยเหลือสังคม และ
1 นาทีของคุณ ที่มอบให้กับคนที่รักและห่วงใยคุณโดยไม่นำเวลาอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะ เพียง 1 นาทีนี้มันมีค่ามากเกินกว่าคณานับได้ในความรู้สึกของเขาคนนั้น จงอย่ากล่าวว่า "ไม่มีเวลา..." เพราะเวลาเป็นสิ่งที่ยุติธรรมที่สุดในโลกนี้ที่มีให้แก่มนุษย์ มนุษย์ทุกคนมีเวลาวันละ 24 ชั่วโมงเท่าๆ กัน ไม่มีใครมีเวลามากและไม่มีใครมีเวลาน้อยไปกว่านี้
24 ชั่วโมงใน 1 วันที่มหาเศรษฐีหรือยาจกมีเท่าเทียมกัน ไม่ขาดเกินแม้แต่เศษเสี้ยวของวินาทีด้วยเหตุนี้ มนุษย์ผู้ใดที่กล่าวว่า "ไม่มีเวลา" จึงเป็นผู้ล้มเหลวในการบริหารเวลา 24 ชั่วโมง ในแต่ละวันของตนเองอย่างสิ้นเชิงและใช้คำว่า "ไม่มีเวลา"เป็นข้อแก้ตัวเพื่อปกปิดความล้มเหลว เรื่องเวลาของตนเองอย่างขลาดเขลามนุษย์ผู้ฉลาดและประสบความสำเร็จในชีวิตจึง ไม่ใช่ผู้ที่เก่งแต่การทำงานอย่างเดียวแต่มนุษย์ผู้ฉลาดและประสบความสำเร็จ ในชีวิตต้องเป็นผู้ที่รู้จักแบ่งสัดส่วนเวลาวันละ 24 ชั่วโมงของตนเองได้อย่างลงตัว วันละ 24 ชั่วโมงของตนเอง ที่มีไว้สำหรับการทำงาน การพักผ่อนการเดินทางมิตรภาพ ความรัก ความอบอุ่น ความห่วงใย ความเอื้ออาทร ฯลฯ โดยไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิต นี่แหละคือมนุษย์ผู้ชาญฉลาดที่รู้จัก "ใช้เวลา" แล้ววันนี้..คุณจะยังอ้างเหตุผลว่า "ไม่มีเวลา" อีกหรือ?