How the need to belong drives human behavior https://www.apa.org/news/podcasts/speaking-of-psychology/human-behavior
ความต้องการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มส่งผลต่อพฤติกรรมมนุษย์อย่างไร
แนวคิด Need to Belong (ความต้องการเป็นส่วนหนึ่ง)
เป็นแนวคิดในจิตวิทยาสังคมที่มองว่า มนุษย์มีความต้องการพื้นฐานที่จะสร้างและรักษาความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้อื่น ต้องการการยอมรับ และความมั่นคงในความสัมพันธ์เหล่านั้น.
งานวิจัยชี้ว่าความรู้สึกเป็นเจ้าของกลุ่ม (sense of belonging) มีผลต่อความสุข ความมั่นคงทางอารมณ์ และแรงจูงใจในชีวิตอย่างมาก.
“เราเป็นตรงข้ามของการอยู่ลำพัง” หมายถึง มนุษย์เกิดมาเพื่อเชื่อมโยงกับผู้อื่น ต้องการรัก และต้องการ “บ้านทางจิตใจ” หรือ “กลุ่มที่ปลอดภัย” ให้สังกัด.
ในภาษาจิตวิทยา ก็คือ “ความต้องการด้านความรักและการเป็นเจ้าของ (love & belonging)” และ “need to belong” ซึ่งเป็นความต้องการพื้นฐานของทุกคน ไม่ใช่แค่บางคน.
Kurt Lewin’s quip, “The best way to understand something is to try to change it.” วิธีที่ดีที่สุดที่จะเข้าใจบางสิ่งบางอย่างคือการพยายามเปลี่ยนแปลงมัน
ความอยากให้คนอื่น “เห็นเรา / you are seen” เป็นความต้องการปกติของมนุษย์ แต่ถ้ามัน “มากเกินไป” จนใจเราถูกล็อกกับสายตาคนอื่นตลอดเวลา ก็เริ่มกลายเป็นการพึ่งพาการยืนยันจากภายนอก (external validation) ที่บั่นทอนตัวเราเองได้.stillmindflorida+3
สังเกตก่อนว่ามัน “มากเกินไป” แล้วหรือยัง
-
มักจะคิดเยอะว่า “คนจะมองเรายังไง” ก่อนตัดสินใจแทบทุกเรื่อง รู้สึกไม่สบายใจมากถ้าไม่มีใครชม กดไลก์ หรือให้คำยืนยันว่าเราดีพอ.impossiblepsychservices+2
-
เวลาโดนเมิน ถูกตำหนิ หรือไม่ได้คำชม จะรู้สึกเหมือนตัวเอง “ไม่มีค่า” เลย แล้วรีบหาวิธีทำให้คนกลับมาสนใจหรือยอมรับอีกครั้ง.psychcentral+2
เปลี่ยนจาก “ต้องให้คนอื่นเห็น” เป็น “เรามองเห็นตัวเองก่อน”
-
ฝึกให้ตัวเองเป็นคนแรกที่เห็นและยอมรับความรู้สึก–ข้อดี–ความพยายามของตัวเอง เช่น เขียนบันทึกสั้นๆ ว่าวันนี้เราทำอะไรได้ดีหรือกล้าทำอะไรยากๆ บ้าง.muriellemarie+1
-
ถามตัวเองบ่อยๆ ว่า “สิ่งนี้ตรงกับคุณค่าหรือความเชื่อของเราไหม” มากกว่าถามว่า “คนอื่นจะชอบไหม” การใช้ คุณค่า ของตัวเองเป็นเข็มทิศช่วยให้เรามั่นคงขึ้น แม้คนอื่นจะไม่เห็นด้วยทั้งหมด.tinybuddha+1
ลดการกระทำที่ทำไปเพื่อเอาคำอนุมัติล้วนๆ
-
ลองแยกดูว่ามีอะไรบ้างที่เราทำเพียงเพราะ “กลัวคนไม่ชอบ/กลัวโดนเมิน” เช่น ตอบแชตทุกคนทันที รับงานทุกอย่าง หรือโพสต์อะไรเพื่อรอยอดไลก์.psychcentral+2
-
ค่อยๆ ตัดหรือลดพฤติกรรมเหล่านั้นลงทีละนิด เช่น ปฏิเสธงานเล็กๆ บางอย่าง ลองลงมือทำสิ่งที่อยากทำโดยไม่โพสต์ หรือไม่ต้องเล่าให้ใครฟังทุกครั้ง.psychcentral+2
ยอมรับความจริงว่า “จะมีคนไม่ชอบเราเสมอ”
-
หนึ่งในขั้นสำคัญคือยอมรับว่า ต่อให้เราดีแค่ไหน ก็จะมีบางคนไม่ชอบ ไม่เข้าใจ หรือไม่สนใจเราอยู่ดี ซึ่งเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ ไม่ใช่หลักฐานว่าเราไม่มีค่า.psychologytoday+1
-
ทวนความคิดตัวเองเวลาคิดว่า “เขาไม่ชอบเรา = เราไม่ดีพอ” แล้วเปลี่ยนเป็น “เขาไม่ชอบเรา = เขาไม่ตรงกับเรา” เพื่อไม่ให้คุณค่าตัวเองผูกติดกับสายตาคนอื่น 100%.psychcentral+1
ใช้ความสัมพันธ์ที่ปลอดภัย แทนการขอการยืนยันจากทุกคน
-
เลือก “วงเล็กๆ ที่ปลอดภัย” เช่น เพื่อนสนิท ครอบครัว คนรัก หรือคนที่เราไว้ใจได้จริงๆ เป็นคนที่เราขอฟังมุมมอง/คำสะท้อน แต่ไม่ต้องให้ทั้งโลกอนุมัติเรา.psychologs+2
-
ถ้าพบว่าความต้องการให้คนเห็นเรารุนแรงมาก จนกระทบงาน ความสัมพันธ์ หรือทำให้วิตกกังวลหนัก การลองคุยกับนักจิตวิทยาหรือนักบำบัดจะช่วยให้เข้าใจรากของความรู้สึกนี้ และค่อยๆ สร้างความมั่นคงจากข้างในได้ปลอดภัยขึ้น.traciruble+2
ถ้าอยาก ลองพิมพ์สถานการณ์จริงของคุณมาได้ เช่น เรื่องงาน เพื่อน ความรัก จะช่วยแตกให้เห็นเป็นเคสๆ แล้ววางวิธีรับมือแบบเฉพาะตัวมากขึ้นได้.
- https://stillmindflorida.com/mental-health/validation-seeking-and-underlying-mental-health-causes/
- https://psychcentral.com/blog/psychology-self/2017/08/validation-self-esteem
- https://www.psychologs.com/external-validation/
- https://psychcentral.com/blog/what-drives-our-need-for-approval
- https://www.impossiblepsychservices.com.sg/our-resources/articles/2024/01/19/common-signs-of-validation-seeking-behaviour-in-relationships
- https://www.muriellemarie.com/blog/five-effective-ways-to-overcome-your-need-for-approval
- https://tinybuddha.com/blog/how-to-let-go-of-the-need-for-approval-to-start-thriving/
- https://www.chantellegrady.com/journal/2020/9/20/5-ways-to-stop-relying-on-external-validation
- https://www.talkspace.com/blog/validation-opinions-stop-seeking/
- https://psychcentral.com/health/steps-to-stop-seeking-approval-from-others
- https://www.psychologytoday.com/us/blog/anxiety-files/201706/ten-steps-overcoming-need-approval
- https://www.psychologytoday.com/us/blog/your-emotional-meter/201807/how-to-let-go-of-the-need-for-approval
- https://www.traciruble.com/blog/why-do-i-need-so-much-validation-and-reassurance
- https://www.psychologytoday.com/us/blog/addiction-and-recovery/201907/stop-seeking-validation-others
- https://www.linkedin.com/top-content/training-development/mindset-development-tips/tips-to-overcome-dependence-on-external-validation/
- https://psyche.co/guides/learn-to-validate-others-and-transform-your-relationships
- https://www.youtube.com/watch?v=LzHmifZo5Jk
- https://www.reddit.com/r/DecidingToBeBetter/comments/14kmiwv/how_do_i_stop_seeking_validation_from_everyone/
- https://www.reddit.com/r/selfimprovement/comments/x6e4pn/how_to_be_less_dependant_on_external_validation/
- https://www.linkedin.com/pulse/psychological-roots-seeking-validation-strategies-personal-jackson-9u9le
เข้าใจก่อนว่า Shame resilience คืออะไร
-
Shame คือความรู้สึกว่า “เราแย่ เราไม่คู่ควรกับการเป็นที่รัก/เป็นส่วนหนึ่ง” ไม่ใช่แค่ “เราทำผิด” แต่คือ “เราเป็นคนผิด”.positivepsychologynews+1
-
Shame resilience คือความสามารถในการสังเกตว่าตัวเองกำลังรู้สึกอับอาย/ด้อยค่า แล้วรับมือมันอย่างสร้างสรรค์ แทนการหนี ซ่อน ปิด หรือโจมตีตัวเอง/คนอื่น.wildtreewellness+2
1) รู้ทันและตั้งชื่อ “ความอาย” ให้ได้
-
ฝึกสังเกตสัญญาณในตัว เช่น ใจหาย อยากหายตัวไป ไม่กล้าสบตา คิดซ้ำๆ ว่า “เราห่วย เราไม่น่ารอด” แล้วตั้งชื่อมันว่า “นี่คือ shame กำลังมา”.effectiveliving+2
-
แค่การตั้งชื่อ (“ตอนนี้เราอายมาก รู้สึกด้อยค่ามาก”) ช่วยให้สมองถอยออกมาครึ่งก้าว ไม่หลอมรวมตัวเองกับความคิดลบทั้งหมด.markspsychiatry+2
2) ตรวจสอบว่าเราอายเพราะ “มาตรฐานไหน”
-
ถามตัวเองว่า “ตอนนี้เรากำลังกลัวไม่ตรงกับมาตรฐานแบบไหนอยู่” เช่น ต้องเก่งตลอด ต้องไม่พลาด ต้องเป็นคนดี 100% ห้ามโกรธ ห้ามอ่อนแอ ฯลฯ.francescawehrlcsw+1
-
ฝึก “critical awareness” คือดูให้ออกว่ามาตรฐานนั้นสมเหตุสมผลไหม เป็นของเราจริงๆ หรือมาจากสังคม/ครอบครัวที่กดดันเราเกินจริง.scribd+2
3) พูดกับตัวเองแบบเมตตา แทนการซ้ำเติม
-
ลองถามว่า “ถ้าเพื่อนที่รักเราที่สุดทำเรื่องแบบนี้ เราจะพูดอะไรกับเขา” แล้วเอาคำพูดนั้นกลับมาพูดกับตัวเอง แทนประโยคแบบ “กูแย่มาก”.mentalhealthacademy+2
-
ฝึก self-compassion (เมตตาต่อตัวเอง) เห็นว่าเราเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ผิดพลาดได้ ไม่ใช่ตัวประหลาดที่แย่ที่สุดในโลก.psychologytoday+2
4) “พูดความอาย” กับคนที่ปลอดภัย
-
Shame โตในที่ลับ เงียบ และการตัดสิน เมื่อเราเล่าเรื่องที่อายให้ “คนที่ปลอดภัยจริงๆ” ฟัง (ไม่ใช่ทุกคน) พลังของความอายจะเบาลง.youtubepositivepsychologynews+1
-
เลือกคนฟังให้ดี: คนที่ฟังแล้วไม่รีบสอน ไม่ตัดสิน และยังอยู่กับเราได้ แม้เห็นด้านที่เราไม่ภูมิใจ.aipc+2
5) เปลี่ยนกรอบจาก “ฉันแย่” เป็น “ฉันกำลังเรียนรู้”
-
ใช้เหตุการณ์ที่รู้สึก shame เป็นข้อมูลว่า “เรากลัวอะไร” และ “เราให้คุณค่าอะไร” แล้วถามต่อว่า “ครั้งหน้าอยากลองทำต่างออกไปยังไง”.theevapeterson+2
-
มองความผิดพลาดเป็น “สเต็ปเรียนรู้” มากกว่า “หลักฐานว่าเราไม่ดีพอ” ซึ่งช่วยให้สมองกลับไปโหมดเรียนรู้ แทนโหมดทำลายตัวเอง.mentalhealthacademy+2
- https://positivepsychology.com/shame-resilience-theory/
- https://positivepsychologynews.com/news/steve-safigan/2012051622128
- https://journals.sagepub.com/doi/10.1606/1044-3894.3483
- https://www.mentalhealthacademy.com.au/blog/working-with-shame-interventions-for-deep-emotional-healing
- https://wildtreewellness.com/building-shame-resilience/
- https://www.effectiveliving.com.au/building-shame-resiliency/
- https://www.raftcares.org/wp-content/uploads/2024/02/BuildingResiliencetoShame-2023Workbook.pdf
- https://markspsychiatry.com/from-shame-to-strategy/
- https://adaa.org/learn-from-us/from-the-experts/blog-posts/consumer/how-build-shame-resilience
- https://francescawehrlcsw.com/pathways-to-wellness-insights-from-francesca-wehr-lcsw/embracing-vulnerability-a-look-at-bren-browns-shame-resilience-theory
- https://www.scribd.com/doc/3550761/Shame-Resilience-Model-by-Brene
- https://www.lvtmentalhealth.com/counseling-blog/h8ulrzhuoa381hxlwz69d071s2mvds
- https://www.psychologytoday.com/us/blog/trial-triumph/202104/overcoming-shame-increases-resilience
- https://www.youtube.com/watch?v=psN1DORYYV0
- https://www.aipc.net.au/articles/building-shame-resilience-in-clients/
- https://theevapeterson.com/shame-resilience/
- https://integrativelifecenter.com/mental-health-treatment/shame-resilience/
- https://lindagraham-mft.net/brene-brown-on-shame-and-resilience/
- https://msp.edu/dr-brene-brown-shame-vulnerability/
- https://www.youtube.com/watch?v=mxXqYRBwL14
เทคนิคสำคัญคือใช้ “ความเชื่อมโยงกับคนที่ปลอดภัย” มาช่วยลดพลังของความอับอายในกลุ่ม แทนที่จะหนีหรือปิดตัวเอง เพราะความอับอายเติบโตได้ดีในความลับ แต่จะอ่อนแรงลงเมื่อเจอความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจจากผู้อื่น.positivepsychology+4
1. หา “คนที่ปลอดภัย” ในกลุ่ม
-
มองหาคนที่ดูไม่ตัดสินง่าย รับฟัง และมีท่าทีอบอุ่น (อาจเป็นเพื่อนหนึ่งคน ผู้นำกลุ่ม หรือคนที่นิสัยซอฟต์ๆ) แล้วลองเริ่มสนทนา/ขอความช่วยเหลือจากเขาก่อน.effectiveliving+2
-
ความสัมพันธ์แบบ “mutually empathic” คือเราฟังเขาด้วย เขาฟังเราด้วย จะช่วยเพิ่มความทนทานต่อ shame ได้มากกว่าการสู้คนเดียว.magnoliacounselinggroup+2
2. พูดถึงสิ่งที่อับอายแบบเลือกคน เลือกเวลา
-
เล่าเรื่องที่อายกับ “คนที่เชื่อถือได้” ไม่ใช่ทั้งกลุ่ม เช่น เพื่อนสนิทในกลุ่ม หรือคุยนอกรอบ แทนที่จะพูดกลางวงทันที.psychologytoday+3
-
ใช้หลัก “share from the scar, not the wound” คือเล่าเท่าที่เราพอรับไหว ไม่ต้องเปิดหมด 100% ในครั้งเดียว เพื่อให้รู้สึกปลอดภัยและค่อยๆ สร้างความไว้ใจ.andrewhorn.substack+1
3. ใช้ความเปราะบาง (vulnerability) แบบมีสติ
-
ลองพูดความรู้สึกง่ายๆ เช่น “เมื่อกี้เรารู้สึกอาย/เขิน/กลัวว่าจะโดนมองว่าโง่เลยเงียบไป” กับคนที่ไว้ใจได้ การยอมรับความรู้สึกตรงๆ เปิดพื้นที่ให้เขาตอบด้วยความเข้าใจ.councilforrelationships+2
-
การแสดง shame อย่างจริงใจและถ่อมตัวในบางสถานการณ์กลับช่วยสร้างความไว้ใจและเพิ่มความร่วมมือในกลุ่มได้ เพราะคนอื่นรู้สึกว่าเรา “เป็นมนุษย์เหมือนกัน”.psychologytoday+1
4. สร้างบรรยากาศกลุ่มที่ไม่เล่นเกมอับอาย
-
ถ้าคุณมีอิทธิพลในกลุ่ม (เช่น เพื่อนสนิทหลายคน หรือนำกิจกรรม) ช่วยตั้งโทนว่า “ไม่ล้อเลียนข้อผิดพลาดส่วนตัว” เน้นให้กำลังใจและ feedback ที่เคารพกัน.southcounseling+2
-
เสนอรูปแบบแบ่งปันประสบการณ์แบบสมัครใจ เช่น แต่ละคนเล่าเรื่องที่เคยพลาดเล็กๆ แล้วเรียนรู้อะไรจากมัน เพื่อให้เห็นว่า “ทุกคนเคยพลาด” ไม่ใช่แค่เราคนเดียว.addictions-healing+2
5. ฝึก self-compassion ไปพร้อมกับการเชื่อมโยง
-
ขณะอยู่ในกลุ่ม ให้เตือนตัวเองเงียบๆ ว่า “ไม่ได้มีแค่เราคนเดียวที่เคยทำพลาด/เคยอาย” นี่คือการใช้มุมมอง “common humanity” ว่าทุกคนมีด้านนี้.selfcompassionacademy+2
-
พอออกจากสถานการณ์แล้ว ลองทบทวนกับเพื่อนที่ไว้ใจได้ว่า จริงๆ กลุ่มมองเหตุการณ์อย่างไรบ้าง หลายครั้งเรามองตัวเองแรงกว่าที่คนอื่นมองมาก การได้ยินมุมมองที่กรุณาจากคนอื่นช่วยคลาย shame ลงได้มาก.greenstonecounseling+2
- https://positivepsychology.com/shame-resilience-theory/
- https://wildtreewellness.com/building-shame-resilience/
- https://www.effectiveliving.com.au/building-shame-resiliency/
- https://www.magnoliacounselinggroup.com/shame-resilience
- https://www.greenstonecounseling.com/post/building-emotional-strength-with-shame-resilience-therapy
- https://www.southcounseling.com/connections-shame-resilience-group
- https://rootsbecometrees.wordpress.com/wp-content/uploads/2014/04/shame-resilience-theory-a-grounded-theory-study-on-women-and-shame.pdf
- https://www.psychologytoday.com/us/blog/an-interpersonal-lens/202501/guilt-shame-and-cooperation
- https://andrewhorn.substack.com/p/working-with-shame-a-practical-6
- https://positivepsychologynews.com/news/steve-safigan/2012051622128
- https://councilforrelationships.org/social-connection-shame-navigating-emotional-challenges/
- https://www.addictions-healing.com/blog/the-importance-of-group-therapy-for-shame-reduction
- https://go-dialogue.co.uk/working-with-shame-in-conflict-resolution/
- https://psyche.co/guides/how-to-cope-with-shame-by-understanding-where-it-comes-from
- https://bravetherapy.com/shame-resilience/
- https://selfcompassionacademy.com/reducing-shame/
- https://www.rivernorthcounseling.com/counseling/encouraging-open-conversations-and-reducing-shame/
- https://conniecurlett.com/daring-way-counseling-groups/
- https://www.facebook.com/lewishowes/posts/bren%C3%A9-brown-explains-how-speaking-about-your-experiences-can-erase-shame/1190440195773932/
- https://knowledge.insead.edu/leadership-organisations/six-steps-overcome-shame
- https://therapyinanutshell.com/how-to-heal-from-toxic-shame-and-regret/
ความต้องการ “เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม” เป็นแรงขับพื้นฐานที่ทำให้มนุษย์พยายามเข้ากลุ่ม ปรับตัว ทำตามกฎ หรือหลีกเลี่ยงการถูกปฏิเสธ จนส่งผลต่อพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเกือบทุกด้าน.scienceofmind+3
ทำไมความต้องการเป็นส่วนหนึ่งจึงทรงพลัง
-
นักวิจัยอย่าง Baumeister และ Leary เสนอว่า “need to belong” เป็นแรงจูงใจพื้นฐานระดับเดียวกับความหิวหรือกระหายน้ำ คือมนุษย์มีแรงผลักดันจะสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่มั่นคงกับคนอื่นเสมอ.pubmed.ncbi.nlm.nih+2
-
เมื่อรู้สึกไม่เป็นส่วนหนึ่ง สมองและอารมณ์ตอบสนองคล้าย “ความเจ็บปวด” และเชื่อมโยงกับความเหงา วิตกกังวล ซึมเศร้า และสุขภาพที่แย่ลง.omicsonline+2
ส่งผลต่อพฤติกรรมส่วนตัวอย่างไร
-
ทำให้คนพยายามสร้างและรักษาความสัมพันธ์ เช่น ทักทาย พูดดี ยอมขอโทษ หรือยอมประนีประนอมเพื่อไม่ให้ความสัมพันธ์พัง.wikipedia+2
-
เมื่อถูกปฏิเสธหรือกันออกจากกลุ่ม บางคนอาจตอบสนองด้วยการเก็บตัว ซึมเศร้า หรือกลับกันคือก้าวร้าว ขาดการยับยั้งใจ และหันไปพฤติกรรมเสี่ยง เช่น กิน/ดื่มเกินควบคุม.pubmed.ncbi.nlm.nih+2
ส่งผลต่อการคิดและความรู้สึก
-
ความรู้สึก “เป็นคนในกลุ่ม” ช่วยเพิ่มความมั่นใจในตัวเอง ความคุ้มค่าในชีวิต และแรงจูงใจในการทำสิ่งต่างๆ เช่น ตั้งเป้าหมายระยะยาวหรือพัฒนาตัวเอง.ebsco+2
-
ในทางกลับกัน การรู้สึกเป็นคนนอกทำให้ตีความสถานการณ์ในมุมลบมากขึ้น ระแวงการถูกตัดสินง่ายขึ้น และอาจทำให้เชื่อว่าตัวเอง “ไม่ดีพอ”.apa+2
ในโรงเรียน ที่ทำงาน และสังคม
-
ในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย นักศึกษาที่รู้สึกว่าตัวเองมีที่ยืนในโรงเรียน มีเพื่อนและครูที่ใส่ใจ มักมีผลการเรียนดีขึ้น ปรับตัวได้ดี และมีปัญหาทางอารมณ์น้อยลง.pmc.ncbi.nlm.nih+2
-
ในที่ทำงาน การรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีมช่วยให้คนร่วมมือกันมากขึ้น กล้าเสนอไอเดีย และมีแรงจูงใจในการทำงานสูงขึ้น ในขณะที่บรรยากาศ排除ทำให้เกิดความขัดแย้งและการลาออกเพิ่มขึ้น.psychsafety+2
ด้านมืดของความต้องการเป็นส่วนหนึ่ง
-
ความต้องการเข้ากลุ่มอาจทำให้คน “ตามกลุ่ม” มากเกินไป เช่น ทำตามเพื่อนแม้รู้ว่าไม่ถูก หรือยอมทำสิ่งที่ขัดกับค่านิยมตัวเองเพื่อไม่ให้โดนทิ้ง.cliffsnotes+2
-
กลุ่มที่ให้ความรู้สึกเป็นเจ้าของอย่างแน่นแฟ้นอาจนำไปสู่ “เรา vs เขา” ทำให้เกิดอคติ ความเกลียดชัง หรือความรุนแรงต่อคนนอกกลุ่มได้.omicsonline+2
- https://scienceofmind.org/how-the-need-to-belong-influences-human-behavior-and-motivation/
- https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/7777651/
- https://en.wikipedia.org/wiki/Belongingness
- https://everydaypsych.com/2631/
- https://www.omicsonline.org/open-access/the-psychology-of-belonging-understanding-the-social-forces-behind-group-dynamics-science-1000245-135021.html
- https://www.ebsco.com/research-starters/social-sciences-and-humanities/belongingness-sense-belonging
- https://www.apa.org/news/podcasts/speaking-of-psychology/human-behavior
- https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC8405711/
- https://psychsafety.com/wp-content/uploads/2025/04/belonging-and-psych-safety-1.pdf
- https://www.cliffsnotes.com/study-notes/22306412
- https://www.youtube.com/watch?v=PtInmebhKzU
- https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9955914/
- https://samples.eduwriter.ai/859110289/need-to-belong-essay
- https://psychologyfanatic.com/belongingness/
- https://happyfinder.co.kr/post/baumeister-r-f-leary-m-r-1995-the-need-to-belong-desire-for-interpersonal-attachments-as-a-fundamental-human-motivation-psychological-bulletin-1173-497/
- https://ia903208.us.archive.org/16/items/BaumeisterAndLeary/baumeister%20and%20leary_text.pdf
- https://www.hendrix.edu/uploadedFiles/Academics/Faculty_Resources/2016_FFC/Baumeister%20and%20Leary%20(1995).pdf
- https://www.psychologytoday.com/us/blog/sense-of-belonging/202202/the-science-behind-our-need-to-belong
- https://www.studocu.com/en-us/document/harvard-university/humanities-colloquium/baumeister-and-leary-the-need-to-belong/82466197
- https://www.evidencebasedmentoring.org/the-need-to-belong-new-meta-analysis-highlights-the-importance-of-a-sense-of-belonging/
ความต้องการ “ถูกยอมรับและเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม” เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ แต่เมื่อมีคนหนึ่งในกลุ่มทำตัวแปลกแยก สิ่งสำคัญคือรักษา ความเมตตา และขอบเขตที่ดีไปพร้อมกัน ไม่ใช่ฝืนให้เขาเหมือนคนอื่นหรือผลักเขาออกไป.psychologytoday+2
1. ทำความเข้าใจว่าเขา “แปลกแยก” เพราะอะไร
-
บางคนถอยออกจากกลุ่มเพราะเหนื่อย ลังเล เขินอาย หรือมีปัญหาสุขภาพจิต เช่น วิตกกังวล ซึมเศร้า ไม่ได้แปลว่าเขาไม่ชอบเราเสมอไป.betterhelp+2
-
บางคนเป็นคนเก็บตัว (introvert) อยู่แล้ว จึงไม่ชอบกิจกรรมกลุ่มเยอะๆ แต่ยังเห็นคุณค่าความสัมพันธ์อยู่ แค่ใช้พลังงานเยอะในการเข้าสังคม.talkspace+1
2. แสดงการยอมรับแบบไม่กดดัน
-
ทักทาย ชวนคุย หรือชวนเข้าร่วมกิจกรรมเล็กๆ เป็นครั้งคราว แสดงให้เห็นว่า “กลุ่มยินดีต้อนรับ” แต่ไม่บังคับ.lancashire+1
-
ใช้ภาษาที่ไม่กล่าวโทษ เช่น “เราเป็นห่วงนะ ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นเลย เป็นยังไงบ้าง” แทน “ทำไมเดี๋ยวนี้ไม่มาร่วมอะไรกับเพื่อนเลย”.conversations.movember+1
3. เปิดพื้นที่ปลอดภัยให้เขา
-
ถ้ามีโอกาส ลองคุยส่วนตัว ถามฟังมุมมองเขาว่ารู้สึกอย่างไรกับกลุ่ม มีอะไรที่ทำให้ไม่สบายใจบ้าง แล้วตั้งใจฟังโดยไม่รีบโต้แย้ง.talkspace+1
-
บางครั้งคนที่ถอยออกไปแค่ต้องการรู้สึกว่าพูดได้ โดยไม่โดนตัดสิน การมีคนในกลุ่มสักคนที่เขาไว้ใจได้จะช่วยลดการแยกตัวลง.talktoangel+1
4. ปรับรูปแบบกลุ่มให้ “รวมคนต่าง”
-
ลองมีกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งแบบคุยเงียบๆ กลุ่มเล็ก และกิจกรรมสนุกเสียงดัง ให้คนหลายสไตล์เลือกเข้าร่วมในแบบที่ถนัด.heartwisesupport+1
-
วางกติกากลุ่มง่ายๆ เช่น เคารพความต่าง ไม่ล้อเลียน ไม่บังคับให้เล่าชีวิตส่วนตัว ช่วยให้คนที่ระวังตัวรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น.sandyhookpromise+1
5. ดูแลขอบเขตของตัวเองและของกลุ่มด้วย
-
ถ้าอีกฝ่ายมีพฤติกรรมที่ทำร้ายคนอื่น เช่น เสียดสี ดูถูก หรือทำลายบรรยากาศ อาจต้องตั้งขอบเขตชัด เช่น บอกตรงๆ อย่างสุภาพว่าอะไรที่กลุ่มรับได้หรือไม่ได้.donforsythgroups.wordpress+1
-
ยอมรับว่าบางคน “ต้องการระยะห่าง” มากกว่าคนอื่น การเคารพระยะนั้น แต่ยังคงความสุภาพและเปิดรับ ถือเป็นการยอมรับเขาในแบบที่เขาเป็นเช่นกัน.psychologytoday+1
หากสถานการณ์ทำให้กังวลใจมาก (เช่น เขาดูซึมเศร้าหนัก หรือพูดถึงการทำร้ายตัวเอง) การแนะนำให้เขาลองคุยกับผู้เชี่ยวชาญหรือครู/ที่ปรึกษา เป็นอีกทางที่ช่วยได้โดยไม่ต้องแก้ทุกอย่างด้วยตัวเอง.missionconnectionhealthcare+2
- https://www.psychologytoday.com/us/blog/living-single/201804/the-5-types-people-who-withdraw-social-life
- https://www.talkspace.com/blog/dealing-with-distant-people/
- https://conversations.movember.com/en/resources/how-to-help-a-friend-who-is-withdrawing/
- https://www.betterhelp.com/advice/behavior/what-is-withdrawn-behavior-and-what-causes-it/
- https://www.verywellmind.com/what-causes-social-withdrawal-7095469
- https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10740958/
- https://www.lancashire.gov.uk/media/899616/checklist-for-groups.pdf
- https://www.sandyhookpromise.org/resources/ways-to-help/how-you-can-end-social-isolation-in-your-community/
- https://www.talktoangel.com/area-of-expertise/social-isolation
- https://www.heartwisesupport.org/post/how-community-engagement-reduces-social-isolation
- https://donforsythgroups.wordpress.com/2020/03/20/the-psychology-of-isolated-groups/
- https://www.linkedin.com/pulse/shift-relationships-colleagues-who-distance-themselves-o-p-yadav-x9qjc
- https://missionconnectionhealthcare.com/mental-health/social-interpersonal-symptoms/social-withdrawal/
- https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11658517/
- https://www.reddit.com/r/managers/comments/1ooq6q3/advice_on_a_disconnected_team_member/
- https://www.webmd.com/depression/features/depression-traps-and-pitfalls
- https://www.nikawhite.com/2019/05/16/how-to-battle-isolation-as-a-diversity-and-inclusion-leader
- https://socialself.com/blog/friends-distance-themselves/
- https://www.reddit.com/r/socialskills/comments/1aj38v0/do_you_ever_confront_friends_who_start_distancing/
- https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0022103121000615
ความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่ง: ความปรารถนาที่จะมีความผูกพันระหว่างบุคคลเป็นแรงจูงใจพื้นฐานของมนุษย์” ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า การเป็นส่วนหนึ่งเป็นความต้องการสากลของมนุษย์ ฝังแน่นอยู่ในแรงจูงใจของเผ่าพันธุ์มนุษย์ และสืบเนื่องมาจากรากเหง้าบรรพบุรุษของเรา บทความนี้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในความเข้าใจของเราเกี่ยวกับการเป็นส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรมของเรา
ความภาคภูมิใจในตนเองเป็นปัจจัยสำคัญในการแสวงหาความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม
การขาดการพบปะแบบเห็นหน้ากันนั้นเป็นตัวกัดกร่อนความสัมพันธ์ของเรา
รับมือคนที่ “คิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่นตลอดเวลา” หลักๆ คือปกป้องคุณค่าของตัวเอง ตั้งขอบเขตให้ชัด และไม่หลงไปเล่นเกมอีโก้ของเขา แต่ก็ไม่จำเป็นต้องสู้รบทุกครั้ง.kimtasso+3
1. มองให้เห็น “ปัญหาเขา ไม่ใช่ปัญหาคุณ”
-
คนที่แสดงตัวเหนือกว่าบ่อยๆ มักมีความไม่มั่นคงข้างใน ใช้ความหยิ่ง/ดูถูกเพื่อกดคนอื่นให้ตัวเองรู้สึกโอเคขึ้น.healthline+3
-
แยกให้ชัดว่า “เขาคิดกับตัวเองยังไง” กับ “คุณมีคุณค่าเท่าไร” เป็นคนละเรื่องกัน จะช่วยให้ไม่โดนคำพูดเขาทำร้ายง่ายๆ.totalsuccess+2
2. รักษาสงบ ไม่เล่นเกมอีโก้
-
อย่าพยายาม “พิสูจน์ว่าใครเก่งกว่า” เพราะมักจะกลายเป็นการปะทะที่ไม่มีวันจบ และเขามักไม่พร้อมฟังเหตุผลอยู่แล้ว.psychologytoday+2
-
ฝึกตอบแบบนิ่ง สุภาพ แต่มั่นคง เช่น พูดสั้นๆ ชัดๆ แล้วหยุด ไม่เถียงลากยาว ช่วยรักษาศักดิ์ศรีตัวเองโดยไม่ต้องดราม่า.mentalzon+3
3. ตั้งขอบเขตให้ชัดเจน
-
กำหนดในใจว่า “อะไรรับได้ อะไรรับไม่ได้” เช่น การดูถูก เสียดสี ข้ามเส้นแล้วต้องมีการหยุดบทสนทนา หรือเดินออกมา.charliehealth+2
-
ถ้าจำเป็นต้องพูดตรงๆ ใช้รูปแบบ “เมื่อคุณทำ X ฉันรู้สึก Y ดังนั้นฉันต้องการ Z” เช่น “เวลาคุณพูดดูถูกแบบนั้น ฉันรู้สึกไม่สบายใจ ขอไม่ให้คุยกันในโทนนี้”.kimtasso+2
4. ใช้ความเป็นมืออาชีพ เลือกพื้นที่ที่ต้องเจอ
-
ในที่ทำงานหรือสถานการณ์ที่เลี่ยงไม่ได้ ให้โฟกัสที่งานและข้อมูล ไม่โฟกัสที่เกมอีโก้ เช่น กลับไปที่ข้อเท็จจริง เป้าหมายร่วม และกติกาของทีม.thepeoplementor+1youtube
-
ถ้าเป็นความสัมพันธ์ส่วนตัวและอีกฝ่ายไม่เคยเคารพขอบเขตเลย การลดระยะห่าง หรือค่อยๆ ถอยออกจากความสัมพันธ์ก็เป็นทางเลือกที่ปกป้องสุขภาพจิตของคุณเช่นกัน.changingminds+2
5. ดูแลใจตัวเองเป็นพิเศษ
-
อยู่ใกล้คนแบบนี้นานๆ ทำให้เริ่มสงสัยคุณค่าตัวเอง จึงควรมี “กลุ่มปลอดภัย” ที่คุณได้รับการเคารพและยอมรับจริงๆ ควบคู่ไปด้วย.scienceofmind+1
-
ถ้าต้องอยู่กับเขาเป็นเวลานาน (เช่น คนในครอบครัว/หัวหน้า) แล้วรู้สึกโดนกระทบหนัก การคุยกับที่ปรึกษา นักจิตวิทยา หรือคนที่ไว้ใจได้จะช่วยให้วางใจและวางขอบเขตได้ดีขึ้น.rula+2
- https://kimtasso.com/dealing-with-difficult-people-nine-strategies-for-dealing-with-arrogance/
- https://www.totalsuccess.co.uk/dealing-with-difficult-people-the-arrogant-person/
- https://www.psychologytoday.com/us/blog/unified-theory-happiness/202005/6-ways-deal-arrogant-people
- https://www.psychologytoday.com/us/blog/wander-woman/202109/how-to-deal-with-dismissive-and-arrogant-people
- https://www.healthline.com/health/mental-health/superiority-complex
- https://www.verywellmind.com/superiority-complex-causes-characteristics-and-coping-7095818
- https://www.psychologytoday.com/us/blog/fulfillment-at-any-age/201703/why-some-people-think-theyre-superior
- https://mentalzon.com/en/post/3103/how-to-deal-with-arrogant-people-without-losing-your-cool
- https://www.charliehealth.com/post/how-to-set-boundaries-with-a-narcissist
- https://www.choosingtherapy.com/setting-boundaries-with-a-narcissist/
- https://psychcentral.com/blog/narcissism-decoded/2017/06/11-ways-to-set-boundaries-with-narcissists
- https://thepeoplementor.co.uk/dealing-with-people-who-act-superior-to-you/
- https://www.youtube.com/watch?v=KnCamLM_Rd4
- http://changingminds.org/blog/1604blog/160424blog.htm
- https://scienceofmind.org/how-the-need-to-belong-influences-human-behavior-and-motivation/
- https://en.wikipedia.org/wiki/Belongingness
- https://www.rula.com/blog/superiority-complex/
- https://www.reddit.com/r/AskReddit/comments/1anmj0c/what_is_the_best_way_to_deal_with_people_who_have/
- https://www.reddit.com/r/AskReddit/comments/177i8bd/how_to_deal_with_someone_with_a_superiority/
- https://kevinohlsson.com/blog/words-for-someone-who-thinks
- https://www.reddit.com/r/NarcissisticAbuse/comments/10k1fq2/how_to_hold_boundaries_with_a_narcissist/
- https://www.talkspace.com/mental-health/conditions/articles/how-to-set-boundaries-with-a-narcissist/
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น