วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569

The 7 Rules of Power with Dr. Jeffrey Pfeffer

 

Rule 1: Get Out of Your Own Way

แนวคิดหลัก: "Possibly the single biggest barrier to having power is ourselves."

รายละเอียด:

  • ล้าง imposter syndrome (ความรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควร)

  • Drop the modesty — ไม่จำเป็นต้องแสดงความสมยศ

  • ความแตกต่างระหว่าง confidence vs. competence — ความมั่นใจสำคัญกว่าความสามารถในหลายสถานการณ์

  • Daily confidence habit — สร้างกิจวัตรเสริมความมั่นใจ

  • Social norms และ demographics อาจส่งผลต่อ tendency towards obtaining power

ทำไมสำคัญ: คนส่วนใหญ่มี barrier จากตัวเองก่อน — ต้อง overcome mindset obstacles ก่อน


Rule 2: Break the Rules

แนวคิดหลัก: "If people blend in too perfectly, they become unnoticeable, undifferentiated from those around them competing for promotions."

รายละเอียด:

  • สร้างการเปลี่ยนแปลง — Break rules to inspire change

  • ไม่ควร blend in too perfectly — ทำให้คุณกลายเป็นคนไม่โดดเด่น

  • ** creativity + disruption** — ต้องกล้าทำสิ่งที่ไม่เป็น normative

  • innovation — การหักกฎบางครั้งจำเป็นสำหรับ innovation ภายในองค์กร

ทำไมสำคัญ: คนที่ทำตามกฎเกินไปจะกลายเป็น unnoticeable — ต้อง differentiate yourself


Rule 3: Appear Powerful

แนวคิดหลัก:อำนาจถูกสร้างโดย "the way you behave, talk and look"

รายละเอียด:

  • project confidence — แสดงความมั่นใจ

  • powerful speech — "powerful speech repeats ideas and themes"

  • ท่าทาง (body language) — แสดง posture ที่ทรงพลัง

  • การพูด (speech patterns) — พูดซ้ำ ideas และ themes เพื่อสร้าง impact

  • behavior + appearance — ทั้งการกระทำและรูปลักษณ์ภายนอกส่งผลต่อการถูกมองว่าทรงพลัง

ทำไมสำคัญ: การ "appear powerful" คือพื้นฐานของการสร้าง power — คนต้องมองว่าคุณทรงพลังก่อนที่คุณจะมี powerจริง


Rule 4: Build a Powerful Brand

แนวคิดหลัก: Personal branding เป็น "foundation of Rule 4" — ไม่ใช่ vanity แต่เกี่ยวกับการ "serving others"

รายละเอียด:

  • Personal Brand = identity — สร้างตัวตนที่ชัดเจนในองค์กร

  • สร้าง value for others — "Be sure to create value for others — or why would people want to be connected to you?"

  • personal brand appearance — ทำให้ brandปรากฏชัดเจน

  • brand = service — personal branding ที่ดีคือการให้บริการผู้อื่น ไม่ใช่แค่ self-promotion

  • สร้าง impact on society — "To make an impact on society, you first need to have power"

ทำไมสำคัญ: Brand คือพื้นฐานของ power — คนต้องรู้จักและเชื่อมั่นใน brand ของคุณ


Rule 5: Network Relentlessly

แนวคิดหลัก: "Leaders need allies and supporters; one of the primary tasks of a leader is to recruit both."

รายละเอียด:

  • networking effectively — สร้างเครือข่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

  • create value for others — "Be sure to create value for others" ก่อนคาดหวังผลลัพธ์

  • relationships — "And most importantly, by the relationships you make."

  • Personal Board of Directors:

    • "Set Up a Personal Board of Directors"

    • "What does a good, well-functioning board do for a company? It provides fresh perspectives, different information, and, in the best of cases, holds the leadership team responsible for results."

  • network relentlessly — networking อย่างต่อเนื่องไม่หยุด

ทำไมสำคัญ: Power = Resources + Reputation + Relationships — โดยเฉพาะ relationshipsที่ช่วยสร้าง allies


Rule 6: Use Your Power

แนวคิดหลัก: "Utilize power wisely" — ต้องใช้ powerที่มีอยู่

รายละเอียด:

  • Use your power — ไม่ควรเก็บ powerไว้เฉย

  • accomplish change — "you'll learn... how to accomplish change in your organization, your life, the lives of others, and the world."

  • increase positive effects — "increasing your ability to get things done, including increasing the positive effects of your job performance."

  • power for good — ใช้ powerเพื่อสร้าง impactที่ดี

  • ** raising salaries, job satisfaction, career advancement, organizational change, happiness** — Power skills ช่วยเพิ่มผลลัพธ์เหล่านี้

ทำไมสำคัญ: Powerที่ไม่ถูกใช้ = ไม่มีประโยชน์ — ต้องใช้เพื่อสร้าง change


Rule 7: Success Excuses (Almost) Everything

แนวคิดหลัก: "Understand that once you have acquired power, what you did to get it will be forgiven, forgotten, or both."

รายละเอียด:

  • once you have power — เมื่อได้รับ powerแล้ว — คนจะลืมสิ่งที่ทำเพื่อให้ได้มา

  • forgiven, forgotten, or both — สิ่งที่ทำจะถูก "forgiven, forgotten, or both"

  • leniency afforded by power — มี "leniency afforded by power" — คนจะให้อภัยมากขึ้นเมื่อคุณมี power

  • success excuses everything —ความสำเร็จทำให้สิ่งต่างๆ ถูกยอมรับ

ทำไมสำคัญ: คนมักจะตัดสินเราจากผลลัพธ์ — เมื่อคุณมีsuccessแล้ว คนจะลืมความผิดพลาดในอดีต


ความแตกต่างระหว่าง 7 Rules (Pfeffer) vs 48 Laws (Greene)

มิติ7 Rules of Power (Pfeffer)48 Laws of Power (Greene)
พื้นฐานRooted firmly in social science research Isolated examples, not solid research 
จำนวนกฎ7 rules ( concise, focused)48 laws (complex, ขัดแย้งกัน) 
** ethic**Power for good — ใช้เพื่อสร้าง positive change Manipulative — เน้น control/manipulation 
researchNumerous examples + research evidence Anecdotal instances, no empirical evidence 
ผู้เขียน** actual sociologist и professor** — Stanford GSB Author/historian — ไม่มี academic credentials 
อำนาจ (Power) คือความสามารถในการทำสิ่งที่คุณต้องการให้สำเร็จ แม้จะต้องเผชิญกับการต่อต้านหรือความขัดแย้งก็ตาม ในองค์กรหรือสภาพแวดล้อมที่ผู้คนมีมุมมองหรือเป้าหมายที่แตกต่างกัน อำนาจคือสิ่งที่จะช่วยให้คุณสามารถผลักดันวาระของคุณและทำให้สิ่งต่างๆ เป็นไปตามที่คุณต้องการได้
จากข้อมูลในแหล่งที่มา เจฟฟรีย์ เฟฟเฟอร์ (Jeffrey Pfeffer) ได้อธิบายลักษณะสำคัญของอำนาจไว้ดังนี้:
  • ความแตกต่างระหว่างอำนาจกับอิทธิพล: อำนาจถูกเปรียบเทียบเหมือนกับพลังงานศักย์ (Potential energy) ในขณะที่อิทธิพล (Influence) คือพลังงานจลน์ (Kinetic energy) กล่าวคือ อำนาจคือศักยภาพที่คุณมีในการทำให้ผลลัพธ์ออกมาตามที่คุณต้องการ ส่วนเมื่อคุณนำอำนาจนั้นออกมาใช้งานจริง สิ่งนั้นจะถูกเรียกว่าอิทธิพล
  • อำนาจเป็น "เครื่องมือ" ที่เป็นกลาง: อำนาจไม่ใช่สิ่งที่ดีหรือชั่วร้ายในตัวเอง แต่มันคือเครื่องมือชนิดหนึ่งเหมือนกับ "ไฟ" ที่คุณสามารถเลือกใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ (เช่น การให้ความอบอุ่นและทำอาหาร) หรือใช้ในทางที่เป็นอันตราย (เช่น การเผาทำลายบ้าน) ก็ได้
  • อำนาจคือทักษะที่เรียนรู้ได้: หลายคนมักเข้าใจผิดว่าอำนาจเป็นเรื่องของบุคลิกภาพหรือพรสวรรค์ แต่แท้จริงแล้ว อำนาจเป็นชุดของทักษะและพฤติกรรมที่คุณสามารถฝึกฝนและเรียนรู้ได้ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวตนของคุณเพื่อที่จะมีอำนาจ
  • อำนาจมอบอิสรภาพและการควบคุม: การมีอำนาจช่วยให้คุณสามารถควบคุมชีวิตและการทำงานของตนเองได้ ซึ่งการขาดการควบคุมมักเป็นสาเหตุหลักของความเครียด ดังนั้น อำนาจจึงมอบทั้งความเป็นอิสระ (Autonomy) และส่งผลดีต่อสุขภาพรวมถึงอายุขัยของคุณด้วย
  • อำนาจคือสิ่งจำเป็นในการสร้างความเปลี่ยนแปลง: หากคุณต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิต องค์กร หรือโลกใบนี้ คุณจำเป็นต้องมีอำนาจและอิทธิพล เพราะหากโลกนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยปราศจากอำนาจ มันก็คงเกิดการเปลี่ยนแปลงไปนานแล้ว
7 กฎแห่งอำนาจ (7 Rules of Power) ที่เจฟฟรีย์ เฟฟเฟอร์ได้อธิบายไว้เพื่อใช้เป็นแนวทางในการก้าวหน้าในสายอาชีพและสร้างอิทธิพล มีดังต่อไปนี้ครับ:
  1. กฎข้อที่ 1: เลิกขัดขวางตัวเอง (Get out of your own way) คุณต้องก้าวข้ามข้อจำกัดที่คุณสร้างขึ้นเอง เช่น อาการคิดว่าตัวเองไม่เก่ง (Imposter syndrome) ความเชื่อว่าคุณไม่คู่ควรกับตำแหน่ง และเลิกหมกมุ่นกับการทำให้ทุกคนพอใจ หน้าที่ของผู้นำคือการทำงานให้สำเร็จ ไม่ใช่การเอาชนะการประกวดความนิยม
  2. กฎข้อที่ 2: แหกกฎ (Break the rules) กฎและธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ มักถูกสร้างขึ้นเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ที่มีอำนาจอยู่ก่อนแล้ว หากคุณต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงหรือโดดเด่นขึ้นมา คุณต้องกล้าที่จะท้าทายกรอบเดิมๆ และไม่เล่นตามเกมของคู่แข่ง เหมือนที่เดวิดเอาชนะโกไลแอทด้วยการสู้ในวิถีของตนเอง ไม่ใช่ด้วยชุดเกราะของโกไลแอท
  3. กฎข้อที่ 3: ปรากฏตัวและสื่อสารอย่างทรงอำนาจ (Act and speak with power) ผู้คนมักตัดสินเราจากภาษากาย รูปลักษณ์ และน้ำเสียงเป็นหลัก โดยให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่พูดน้อยที่สุด คุณควรฝึกแสดงออกด้วยความมั่นใจและใช้พื้นที่อย่างมีพลัง เพราะคนทั่วไปมักจะสับสนและเชื่อมโยง "ความมั่นใจ" ว่าเท่ากับ "ความสามารถ" เสมอ
  4. กฎข้อที่ 4: สร้างแบรนด์ส่วนตัวที่ทรงพลัง (Build a powerful brand) คุณต้องมีแบรนด์ส่วนตัวและจุดยืนที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้คนจดจำได้ว่าคุณคือใครและเชี่ยวชาญเรื่องอะไร เพราะจะไม่มีใครมอบโอกาส เลื่อนตำแหน่ง หรือร่วมลงทุนกับคุณ หากพวกเขาจำคุณไม่ได้หรือไม่รู้จักคุณเลย
  5. กฎข้อที่ 5: สร้างเครือข่ายอย่างไม่ลดละ (Network relentlessly) ผู้นำคือผู้ที่ทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จผ่านผู้อื่น ดังนั้นยิ่งคุณรู้จักคนมาก คุณก็ยิ่งทำสิ่งต่างๆ ได้มากตามไปด้วย เคล็ดลับสำคัญคือการสร้าง "ความสัมพันธ์แบบหลวมๆ" (Weak ties) กับคนที่อยู่นอกเหนือกลุ่มคนสนิท เพราะคนเหล่านี้จะนำข้อมูลและโอกาสใหม่ๆ ที่ไม่ซ้ำซ้อนกับสิ่งที่คุณรู้อยู่แล้วมาให้
  6. กฎข้อที่ 6: ใช้อำนาจของคุณ (Use your power) อำนาจไม่ใช่สิ่งที่มีปริมาณจำกัด ยิ่งคุณใช้อำนาจที่มีเพื่อผลักดันงานให้สำเร็จ ผู้คนเก่งๆ ก็ยิ่งอยากเข้ามาร่วมงานและมอบทรัพยากรให้คุณมากขึ้น เมื่อได้รับตำแหน่งและอำนาจมาแล้ว คุณจึงต้องกล้าใช้มันเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงและผลงานให้เกิดขึ้นจริง
  7. กฎข้อที่ 7: ความสำเร็จลบล้างแทบทุกสิ่ง (Success excuses almost everything) ข้อนี้อาจขัดกับความรู้สึกของหลายคน แต่งานวิจัยและโลกความเป็นจริงชี้ให้เห็นว่า เมื่อคุณก้าวขึ้นมามีอำนาจ ความสำเร็จ และความมั่งคั่งแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่มักจะลืม ให้อภัย หรือหาข้ออ้างให้กับวิธีการต่างๆ ที่คุณใช้เพื่อให้ได้อำนาจนั้นมา

ผลลัพธ์จากนักศึกษาของ Pfeffer

"The results from students of his course speak for themselves."

  • online และ on-campus classes incredibly popular

  • life-changing results often achieved in 8 or 10 weeks

ไม่มีความคิดเห็น: