Rule 1: Get Out of Your Own Way
แนวคิดหลัก: "Possibly the single biggest barrier to having power is ourselves."
รายละเอียด:
ความแตกต่างระหว่าง confidence vs. competence — ความมั่นใจสำคัญกว่าความสามารถในหลายสถานการณ์
Social norms และ demographics อาจส่งผลต่อ tendency towards obtaining power
ทำไมสำคัญ: คนส่วนใหญ่มี barrier จากตัวเองก่อน — ต้อง overcome mindset obstacles ก่อน
Rule 2: Break the Rules
แนวคิดหลัก: "If people blend in too perfectly, they become unnoticeable, undifferentiated from those around them competing for promotions."
รายละเอียด:
ไม่ควร blend in too perfectly — ทำให้คุณกลายเป็นคนไม่โดดเด่น
** creativity + disruption** — ต้องกล้าทำสิ่งที่ไม่เป็น normative
innovation — การหักกฎบางครั้งจำเป็นสำหรับ innovation ภายในองค์กร
ทำไมสำคัญ: คนที่ทำตามกฎเกินไปจะกลายเป็น unnoticeable — ต้อง differentiate yourself
Rule 3: Appear Powerful
แนวคิดหลัก:อำนาจถูกสร้างโดย "the way you behave, talk and look"
รายละเอียด:
powerful speech — "powerful speech repeats ideas and themes"
การพูด (speech patterns) — พูดซ้ำ ideas และ themes เพื่อสร้าง impact
behavior + appearance — ทั้งการกระทำและรูปลักษณ์ภายนอกส่งผลต่อการถูกมองว่าทรงพลัง
ทำไมสำคัญ: การ "appear powerful" คือพื้นฐานของการสร้าง power — คนต้องมองว่าคุณทรงพลังก่อนที่คุณจะมี powerจริง
Rule 4: Build a Powerful Brand
แนวคิดหลัก: Personal branding เป็น "foundation of Rule 4" — ไม่ใช่ vanity แต่เกี่ยวกับการ "serving others"
รายละเอียด:
สร้าง value for others — "Be sure to create value for others — or why would people want to be connected to you?"
brand = service — personal branding ที่ดีคือการให้บริการผู้อื่น ไม่ใช่แค่ self-promotion
สร้าง impact on society — "To make an impact on society, you first need to have power"
ทำไมสำคัญ: Brand คือพื้นฐานของ power — คนต้องรู้จักและเชื่อมั่นใน brand ของคุณ
Rule 5: Network Relentlessly
แนวคิดหลัก: "Leaders need allies and supporters; one of the primary tasks of a leader is to recruit both."
รายละเอียด:
create value for others — "Be sure to create value for others" ก่อนคาดหวังผลลัพธ์
relationships — "And most importantly, by the relationships you make."
Personal Board of Directors:
ทำไมสำคัญ: Power = Resources + Reputation + Relationships — โดยเฉพาะ relationshipsที่ช่วยสร้าง allies
Rule 6: Use Your Power
แนวคิดหลัก: "Utilize power wisely" — ต้องใช้ powerที่มีอยู่
รายละเอียด:
accomplish change — "you'll learn... how to accomplish change in your organization, your life, the lives of others, and the world."
increase positive effects — "increasing your ability to get things done, including increasing the positive effects of your job performance."
** raising salaries, job satisfaction, career advancement, organizational change, happiness** — Power skills ช่วยเพิ่มผลลัพธ์เหล่านี้
ทำไมสำคัญ: Powerที่ไม่ถูกใช้ = ไม่มีประโยชน์ — ต้องใช้เพื่อสร้าง change
Rule 7: Success Excuses (Almost) Everything
แนวคิดหลัก: "Understand that once you have acquired power, what you did to get it will be forgiven, forgotten, or both."
รายละเอียด:
once you have power — เมื่อได้รับ powerแล้ว — คนจะลืมสิ่งที่ทำเพื่อให้ได้มา
forgiven, forgotten, or both — สิ่งที่ทำจะถูก "forgiven, forgotten, or both"
leniency afforded by power — มี "leniency afforded by power" — คนจะให้อภัยมากขึ้นเมื่อคุณมี power
success excuses everything —ความสำเร็จทำให้สิ่งต่างๆ ถูกยอมรับ
ทำไมสำคัญ: คนมักจะตัดสินเราจากผลลัพธ์ — เมื่อคุณมีsuccessแล้ว คนจะลืมความผิดพลาดในอดีต
ความแตกต่างระหว่าง 7 Rules (Pfeffer) vs 48 Laws (Greene)
- ความแตกต่างระหว่างอำนาจกับอิทธิพล: อำนาจถูกเปรียบเทียบเหมือนกับพลังงานศักย์ (Potential energy) ในขณะที่อิทธิพล (Influence) คือพลังงานจลน์ (Kinetic energy) กล่าวคือ อำนาจคือศักยภาพที่คุณมีในการทำให้ผลลัพธ์ออกมาตามที่คุณต้องการ ส่วนเมื่อคุณนำอำนาจนั้นออกมาใช้งานจริง สิ่งนั้นจะถูกเรียกว่าอิทธิพล
- อำนาจเป็น "เครื่องมือ" ที่เป็นกลาง: อำนาจไม่ใช่สิ่งที่ดีหรือชั่วร้ายในตัวเอง แต่มันคือเครื่องมือชนิดหนึ่งเหมือนกับ "ไฟ" ที่คุณสามารถเลือกใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ (เช่น การให้ความอบอุ่นและทำอาหาร) หรือใช้ในทางที่เป็นอันตราย (เช่น การเผาทำลายบ้าน) ก็ได้
- อำนาจคือทักษะที่เรียนรู้ได้: หลายคนมักเข้าใจผิดว่าอำนาจเป็นเรื่องของบุคลิกภาพหรือพรสวรรค์ แต่แท้จริงแล้ว อำนาจเป็นชุดของทักษะและพฤติกรรมที่คุณสามารถฝึกฝนและเรียนรู้ได้ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวตนของคุณเพื่อที่จะมีอำนาจ
- อำนาจมอบอิสรภาพและการควบคุม: การมีอำนาจช่วยให้คุณสามารถควบคุมชีวิตและการทำงานของตนเองได้ ซึ่งการขาดการควบคุมมักเป็นสาเหตุหลักของความเครียด ดังนั้น อำนาจจึงมอบทั้งความเป็นอิสระ (Autonomy) และส่งผลดีต่อสุขภาพรวมถึงอายุขัยของคุณด้วย
- อำนาจคือสิ่งจำเป็นในการสร้างความเปลี่ยนแปลง: หากคุณต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิต องค์กร หรือโลกใบนี้ คุณจำเป็นต้องมีอำนาจและอิทธิพล เพราะหากโลกนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยปราศจากอำนาจ มันก็คงเกิดการเปลี่ยนแปลงไปนานแล้ว
- กฎข้อที่ 1: เลิกขัดขวางตัวเอง (Get out of your own way) คุณต้องก้าวข้ามข้อจำกัดที่คุณสร้างขึ้นเอง เช่น อาการคิดว่าตัวเองไม่เก่ง (Imposter syndrome) ความเชื่อว่าคุณไม่คู่ควรกับตำแหน่ง และเลิกหมกมุ่นกับการทำให้ทุกคนพอใจ หน้าที่ของผู้นำคือการทำงานให้สำเร็จ ไม่ใช่การเอาชนะการประกวดความนิยม
- กฎข้อที่ 2: แหกกฎ (Break the rules) กฎและธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ มักถูกสร้างขึ้นเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ที่มีอำนาจอยู่ก่อนแล้ว หากคุณต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงหรือโดดเด่นขึ้นมา คุณต้องกล้าที่จะท้าทายกรอบเดิมๆ และไม่เล่นตามเกมของคู่แข่ง เหมือนที่เดวิดเอาชนะโกไลแอทด้วยการสู้ในวิถีของตนเอง ไม่ใช่ด้วยชุดเกราะของโกไลแอท
- กฎข้อที่ 3: ปรากฏตัวและสื่อสารอย่างทรงอำนาจ (Act and speak with power) ผู้คนมักตัดสินเราจากภาษากาย รูปลักษณ์ และน้ำเสียงเป็นหลัก โดยให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่พูดน้อยที่สุด คุณควรฝึกแสดงออกด้วยความมั่นใจและใช้พื้นที่อย่างมีพลัง เพราะคนทั่วไปมักจะสับสนและเชื่อมโยง "ความมั่นใจ" ว่าเท่ากับ "ความสามารถ" เสมอ
- กฎข้อที่ 4: สร้างแบรนด์ส่วนตัวที่ทรงพลัง (Build a powerful brand) คุณต้องมีแบรนด์ส่วนตัวและจุดยืนที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้คนจดจำได้ว่าคุณคือใครและเชี่ยวชาญเรื่องอะไร เพราะจะไม่มีใครมอบโอกาส เลื่อนตำแหน่ง หรือร่วมลงทุนกับคุณ หากพวกเขาจำคุณไม่ได้หรือไม่รู้จักคุณเลย
- กฎข้อที่ 5: สร้างเครือข่ายอย่างไม่ลดละ (Network relentlessly) ผู้นำคือผู้ที่ทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จผ่านผู้อื่น ดังนั้นยิ่งคุณรู้จักคนมาก คุณก็ยิ่งทำสิ่งต่างๆ ได้มากตามไปด้วย เคล็ดลับสำคัญคือการสร้าง "ความสัมพันธ์แบบหลวมๆ" (Weak ties) กับคนที่อยู่นอกเหนือกลุ่มคนสนิท เพราะคนเหล่านี้จะนำข้อมูลและโอกาสใหม่ๆ ที่ไม่ซ้ำซ้อนกับสิ่งที่คุณรู้อยู่แล้วมาให้
- กฎข้อที่ 6: ใช้อำนาจของคุณ (Use your power) อำนาจไม่ใช่สิ่งที่มีปริมาณจำกัด ยิ่งคุณใช้อำนาจที่มีเพื่อผลักดันงานให้สำเร็จ ผู้คนเก่งๆ ก็ยิ่งอยากเข้ามาร่วมงานและมอบทรัพยากรให้คุณมากขึ้น เมื่อได้รับตำแหน่งและอำนาจมาแล้ว คุณจึงต้องกล้าใช้มันเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงและผลงานให้เกิดขึ้นจริง
- กฎข้อที่ 7: ความสำเร็จลบล้างแทบทุกสิ่ง (Success excuses almost everything) ข้อนี้อาจขัดกับความรู้สึกของหลายคน แต่งานวิจัยและโลกความเป็นจริงชี้ให้เห็นว่า เมื่อคุณก้าวขึ้นมามีอำนาจ ความสำเร็จ และความมั่งคั่งแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่มักจะลืม ให้อภัย หรือหาข้ออ้างให้กับวิธีการต่างๆ ที่คุณใช้เพื่อให้ได้อำนาจนั้นมา
ผลลัพธ์จากนักศึกษาของ Pfeffer
"The results from students of his course speak for themselves."
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น