วิถีปฏิบัติ 37 ประการของพระโพธิสัตว์ (37 Practices of a Bodhisattva) คือ หลักธรรมคำสอนในพุทธศาสนามหายาน รจนาโดย ท่านท็อกเม ซังโป (Gyalse Thogme Zangpo) เป็นแนวทางขัดเกลาจิตใจด้วย มหาปัญญา และ มหากรุณา เพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ให้หลุดพ้นจากความทุกข์ [1, 2, 3, 4, 5]
- Utilize your human life: Make the most of your rare and precious human existence by studying and meditating.
- Embrace solitude: Remove yourself from environments that fuel attachment, anger, and delusion.
- Recall impermanence: Recognize that friends, wealth, and your physical body will eventually be left behind.
- Rely on good spiritual friends: Surround yourself with mentors who help your virtuous qualities grow. [1, 2]
- Generate compassion: Remember that all beings have been your mother in past lives; practice supreme, unconditional love.
- Give without expectation: Practice generosity by giving away your body, possessions, and merit without craving reward or recognition.
- Practice patience: View those who harm you as your greatest spiritual teachers, as they provide an opportunity to develop patience and tolerance. [1, 2, 3, 4, 5]
- Cultivate wisdom: Avoid grasping at inherent existence by understanding emptiness and the ultimate nature of phenomena.
- Transform your thoughts: Use difficulties and illnesses to your advantage by taking on the suffering of others in your meditations.
- Dedicate merit: Conclude every practice by dedicating the positive energy of your actions to the ultimate enlightenment of all beings. [1, 2, 3, 4, 5]
- การตัดละความยึดติด (ข้อ 1-10): การปลดปล่อยตนเองจากความผูกพันในทางโลก ญาติมิตร และสถานที่ ละทิ้งอกุศลกรรมเพื่อมุ่งสู่หนทางแห่งการหลุดพ้น [1]
- การพัฒนาจิตและเมตตา (ข้อ 11-16): การฝึกจิตให้เห็นอกเห็นใจผู้อื่น ปรารถนาดีต่อผู้ที่ทำร้ายตนเอง และบ่มเพาะ โพธิจิต (จิตที่ปรารถนาจะช่วยให้ผู้อื่นพ้นทุกข์) [1, 2, 3]
- การบำเพ็ญบารมี 6 (ข้อ 17-26): การฝึกฝนจิตใจผ่านการให้ (ทาน), การรักษาศีล, ความอดทน, ความเพียร, สมาธิ, และปัญญา เพื่อขัดเกลาความโลภ โกรธ หลง [1]
- การเจริญปัญญาและสติ (ข้อ 27-37): การพิจารณาความว่างเปล่า (ความไม่มีตัวตนที่แท้จริง) การรักษาศีลและวินัยอย่างเคร่งครัด หมั่นตรวจสอบสภาวะจิตของตนเอง และอุทิศบุญกุศลทั้งหมดเพื่อสรรพชีวิต [1, 2]
- หลักการ: พระโพธิสัตว์พึงเห็นคุณค่าของการได้เกิดเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นโอกาสทองในการศึกษาและปฏิบัติธรรม ควรละทิ้งความยึดติดในถิ่นฐานหรือบุคคลที่กระตุ้นให้เกิดความหลง ความโกรธ และความผูกพัน (กิเลส 3 กอง) ต้องหลีกเลี่ยงเพื่อนที่ชักจูงไปในทางเสื่อม และหันมาพึ่งพากัลยาณมิตร พระรัตนตรัย ตลอดจนตระหนักถึงความตายและกฎแห่งกรรม
- วิธีใช้ในชีวิตประจำวัน: ให้เริ่มต้นด้วยการจัดสภาพแวดล้อมในชีวิตให้เรียบง่ายและลดสิ่งรบกวน เช่น ลดการเสพสื่อหรือสิ่งที่ทำให้จิตใจวุ่นวาย เลือกคบเพื่อนที่สนับสนุนคุณค่าทางจิตใจและไม่ชักจูงให้เราทำพฤติกรรมเชิงลบ นอกจากนี้ ให้หมั่นระลึกถึงความไม่เที่ยงว่า วันหนึ่งเราก็ต้องละทิ้งร่างกาย ทรัพย์สิน และคนที่เรารักไป ซึ่งจะช่วยให้เราเลิกหมกมุ่นกับการหาเงินหรือสร้างภาพลักษณ์ทางสังคมมากจนเกินพอดี และหันมามีความสุขกับความเรียบง่ายได้มากขึ้น
- หลักการ: ความทุกข์ทั้งหมดล้วนเกิดจากการแสวงหาความสุขเพื่อตนเองเพียงฝ่ายเดียว ในขณะที่การตรัสรู้และความสุขที่แท้จริงเกิดจากความปรารถนาดีต่อผู้อื่น พระโพธิสัตว์จึงปรารถนาที่จะแลกเปลี่ยนความสุขของตนเพื่อรับเอาความทุกข์ของสรรพสัตว์มาแทน
- วิธีใช้ในชีวิตประจำวัน: ให้ลดละความคิดแบบ "ตัวกู ของกู" ที่มักทำให้เรามองตัวเองเป็นศูนย์กลางและเอาแต่เรียกร้องความสนใจ ให้ฝึกมองว่าผู้อื่นก็ต้องการความสุขและเกลียดความทุกข์เช่นเดียวกับเรา ฝึกมอบความรักความเมตตาให้กับคนรอบข้างโดยปราศจากเงื่อนไข เลิกคาดหวังว่าพวกเขาจะต้องทำตัวให้ถูกใจเราเพื่อแลกกับความรัก
- หลักการ: ไม่ว่าจะเผชิญกับสถานการณ์เลวร้ายเพียงใด เช่น ถูกขโมยทรัพย์สิน ถูกทำร้ายร่างกาย ถูกประจานใส่ร้าย ถูกคนที่รักหักหลัง หรือถูกคนด้อยกว่าดูหมิ่น พระโพธิสัตว์จะไม่ตอบโต้ด้วยความโกรธแค้น แต่จะมองผู้ที่ทำร้ายเป็นเสมือนครูอาจารย์ทางจิตวิญญาณ และต้องควบคุมจิตใจด้วยความเมตตา เพราะศัตรูที่แท้จริงคือความโกรธที่อยู่ภายในใจเราเอง
- วิธีใช้ในชีวิตประจำวัน: เมื่อมีคนมาวิพากษ์วิจารณ์หรือนินทา จงอย่าโต้ตอบเพื่อปกป้องชื่อเสียง เพราะชื่อเสียงเป็นเพียงภาพลวงตาที่ไม่มีแก่นสารใดๆ ไม่สามารถปกป้องเราจากความตายได้ หากมีคนใกล้ตัวทำร้ายจิตใจ ให้มองด้วยความเมตตาเสมือนแม่ที่มองลูกที่กำลังป่วยไข้ (พวกเขาทำไปเพราะความเจ็บป่วยทางอารมณ์และกิเลส) และเมื่อเราประสบความสำเร็จหรือร่ำรวย ก็จงอย่าเย่อหยิ่งหลงระเริง เพราะโชคลาภทางโลกเป็นสิ่งชั่วคราวและไร้แก่นสาร
- หลักการ: สรรพสิ่งทั้งหลายที่ปรากฏล้วนเป็นสิ่งที่จิตสร้างขึ้น ขาดซึ่งตัวตนที่แท้จริง เมื่อพบสิ่งที่น่าพึงพอใจ ให้มองว่ามันเป็นเหมือนสายรุ้งในฤดูร้อนที่ดูสวยงามแต่จับต้องไม่ได้ และเมื่อพบกับความทุกข์ยาก ให้มองว่ามันเป็นเหมือนการสูญเสียลูกในความฝัน การยึดมั่นในภาพลวงตาเหล่านี้มีแต่จะทำให้จิตใจเหนื่อยล้า
- วิธีใช้ในชีวิตประจำวัน: เมื่อเกิดความอยากได้วัตถุหรือแสวงหากามคุณ ให้ตระหนักว่าความสุขทางประสาทสัมผัสเป็นเหมือน "น้ำเค็ม" ที่ยิ่งดื่มก็ยิ่งกระหาย ยิ่งเสพติดก็ยิ่งต้องการมากขึ้นไม่มีวันจบสิ้น และเมื่อเผชิญกับปัญหา ให้ถอยออกมามองว่ามันเป็นเพียงเหตุการณ์สมมติ เหมือนเรากำลังดูภาพยนตร์ เพื่อไม่ให้อารมณ์เข้าไปเกลือกกลั้วและเหน็ดเหนื่อยกับการยึดมั่นถือมั่นมากเกินไป
- หลักการ: พระโพธิสัตว์พึงปฏิบัติ ทาน (ให้โดยไม่หวังผลกำไร), ศีล (ละเว้นจากการเบียดเบียน), ขันติ (มองผู้ทำร้ายเป็นขุมทรัพย์ในการฝึกความอดทน), วิริยะ (มีความเพียรอย่างยิ่งยวดเสมือนกำลังดับไฟที่ไหม้บนศีรษะ), สมาธิ (ฝึกจิตให้ตั้งมั่นเพื่อทำลายกิเลส) และ ปัญญา (เข้าใจความไม่มีตัวตนของ ผู้กระทำ สิ่งที่ถูกกระทำ และการกระทำ)
- วิธีใช้ในชีวิตประจำวัน: ให้ความช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจโดยไม่คิดหวังคำชมหรือสิ่งตอบแทน รักษาศีลเพื่อไม่ให้ตนเองเป็นต้นเหตุแห่งการเบียดเบียนผู้อื่น จงขอบคุณคนที่เข้ามาสร้างความรำคาญใจ เพราะหากไม่มีพวกเขา เราก็ย่อมไม่มีโอกาสได้ฝึกฝนความอดทนเลย ทำหน้าที่และฝึกฝนจิตใจด้วยความร่าเริงยินดี (วิริยะ) ไม่ใช่ด้วยการบังคับตนเอง หรือมัวแต่ยุ่งวุ่นวายกับเรื่องทางโลกจนถือเป็นความเกียจคร้านทางธรรม
- หลักการ: ผู้ปฏิบัติธรรมต้องหมั่นตรวจสอบข้อบกพร่องของตนเองเสมอ ต้องหลีกเลี่ยงการใช้คำพูดหยาบคาย ไม่วิพากษ์วิจารณ์ความผิดพลาดของเพื่อนผู้ปฏิบัติธรรมท่านอื่น และต้องใช้สติคอยสังหารกิเลสทันทีที่มันก่อตัวขึ้น สุดท้ายคือการอุทิศกุศลจากการปฏิบัตินี้เพื่อให้สรรพสัตว์ทั้งหลายบรรลุธรรม
- วิธีใช้ในชีวิตประจำวัน: เลิกเพ่งโทษหรือจับผิดผู้อื่น และหันมาเปิดกระจกสะท้อนดูความผิดพลาดของตนเอง ให้หมั่นตั้งคำถามกับตัวเองในทุกอิริยาบถว่า "ตอนนี้สภาพจิตใจของฉันเป็นอย่างไร?" หากพบว่ามีความโกรธ ความยึดติด หรือความอิจฉาแอบแฝงเข้ามา ให้รีบใช้สติขับไล่มันออกไปทันทีเหมือนการไล่ขโมยออกจากบ้าน อย่าปล่อยให้มันเข้ามานั่งดื่มชาในใจเรา และในทุกๆ วัน ควรตั้งจิตอุทิศความดีทุกอย่างที่ทำ เพื่อเป้าหมายในการช่วยเหลือสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์อย่างแท้จริง
The Thirty-Seven Practices of All the Bodhisattvas
by Gyalse Tokme Zangpo
Namo Lokeśvarāya!
You see that all things are beyond coming and going,
Yet still you strive solely for the sake of living beings—
To you, my precious guru inseparable from Lord Avalokita,
I offer perpetual homage, respectfully, with body, speech and mind.
The perfect buddhas, who are the source of all benefit and joy,
Come into being through accomplishing the sacred Dharma.
And since this in turn depends on knowing how to practise,
I shall now describe the practices of all the buddhas’ heirs.
1. The practice of all the bodhisattvas is to study, reflect and meditate,
Tirelessly, both day and night, without ever straying into idleness,
In order to free oneself and others from this ocean of saṃsāra,
Having gained this supreme vessel—a free, well-favoured human life, so difficult to find.
2. The practice of all the bodhisattvas is to leave behind one’s homeland,
Where our attachment to family and friends overwhelms us like a torrent,
While our aversion towards enemies rages inside us like a blazing fire,
And delusion’s darkness obscures what must be adopted and abandoned.
3. The practice of all the bodhisattvas is to take to solitary places,
Avoiding the unwholesome, so that destructive emotions gradually fade away,
And, in the absence of distraction, virtuous practice naturally gains strength;
Whilst, with awareness clearly focused, we gain conviction in the teachings.
4. The practice of all the bodhisattvas is to renounce this life’s concerns,
For friends and relatives, long acquainted, must all go their separate ways;
Wealth and prized possessions, painstakingly acquired, must all be left behind;
And consciousness, the guest who lodges in the body, must in time depart.
5. The practice of all the bodhisattvas is to avoid destructive friends,
In whose company the three poisons of the mind grow stronger,
And we engage less and less in study, reflection and meditation,
So that love and compassion fade away until they are no more.
6. The practice of all the bodhisattvas is to cherish spiritual friends,
By regarding them as even more precious than one’s own body,
Since they are the ones who will help to rid us of all our faults,
And make our virtues grow ever greater just like the waxing moon.
7. The practice of all the bodhisattvas is to take refuge in the Three Jewels,
Since they will never fail to provide protection for all who call upon them,
For whom are the ordinary gods of this world ever capable of helping,
As long as they themselves are trapped within saṃsāra’s vicious cycle?
8. The practice of all the bodhisattvas is never to commit a harmful act,
Even though not to do so might put one’s very life at risk,
For the Sage himself has taught how negative actions will ripen
Into the manifold miseries of the lower realms, so difficult to endure.
9. The practice of all the bodhisattvas is to strive towards the goal,
Which is the supreme state of changeless, everlasting liberation,
Since all the happiness of the three realms lasts but a moment,
And then is quickly gone, just like dewdrops on blades of grass.
10. The practice of all the bodhisattvas is to arouse bodhicitta,
So as to bring freedom to all sentient beings, infinite in number.
For how can true happiness ever be found while our mothers,
Who have cared for us throughout the ages, endure such pain?
11. The practice of all the bodhisattvas is to make a genuine exchange
Of one’s own happiness and well-being for all the sufferings of others.
Since all misery comes from seeking happiness for oneself alone,
Whilst perfect buddhahood is born from the wish for others’ good.
12. Even if others, in the grips of great desire, should steal,
Or encourage others to take away, all the wealth that I possess,
To dedicate to them entirely my body, possessions and all my merits
From the past, present and future— this is the practice of all the bodhisattvas.
13. Even if others should seek to cut off my head,
Though I’ve done them not the slightest wrong,
To take upon myself, out of compassion,
All the harms they have amassed—this is the practice of all the bodhisattvas.
14. Even if others should declare before the world
All manner of unpleasant things about me,
To speak only of their qualities in return,
With a mind that’s filled with love—this is the practice of all the bodhisattvas.
15. Even if others should expose my hidden faults or deride me
When speaking amidst great gatherings of many people,
To conceive of them as spiritual friends and to bow
Before them in respect—this is the practice of all the bodhisattvas.
16. Even if others whom I have cared for like children of my own
Should turn upon me and treat me as an enemy,
To regard them only with special fondness and affection,
As a mother would her ailing child—this is the practice of all the bodhisattvas.
17. Even if others, equal or inferior to me in status,
Should, out of arrogance, disparage me,
To honour them, as I would my teacher,
By bowing down my head before them—this is the practice of all the bodhisattvas.
18. Even though I may be destitute and despised by all,
Beset with terrible illness and plagued by evil spirits,
Still to take upon myself all beings’ ills and harmful actions,
Without ever losing heart—this is the practice of all the bodhisattvas.
19. Even though I may be famous and revered by all,
And as rich as Vaiśravaṇa, the god of wealth himself,
To see the futility of all the glory and riches of this world
And to remain without conceit—this is the practice of all the bodhisattvas.
20. The practice of all the bodhisattvas is to subdue the mind
With the forces of loving kindness and compassion.
For unless the real adversary—my own anger—is defeated,
Outer enemies, though I may conquer them, will continue to appear.
21. The practice of all the bodhisattvas is to turn away immediately
From those things which bring desire and attachment.
For the pleasures of the senses are just like salty water:
The more we taste of them, the more our thirst increases.
22. The practice of all the bodhisattvas is never to entertain concepts,
Which revolve around dualistic notions of perceiver and perceived,
In the knowledge that all these appearances are but the mind itself,
Whilst mind’s own nature is forever beyond the limitations of ideas.
23. The practice of all the bodhisattvas is to let go of grasping
When encountering things one finds pleasant or attractive,
Considering them to be like rainbows in the summer skies—
Beautiful in appearance, yet in truth devoid of any substance.
24. The practice of all the bodhisattvas is to recognize delusion
Whenever one is confronted by adversity or misfortune.
For these sufferings are just like the death of a child in a dream,
And it’s so exhausting to cling to delusory perceptions as real.
25. The practice of all the bodhisattvas is to give out of generosity,
With no hopes of karmic recompense or expectation of reward.
For if those who seek awakening must give even their own bodies,
What need is there to mention mere outer objects and possessions?
26. The practice of all the bodhisattvas is to observe ethical restraint,
Without the slightest intention of continuing in saṃsāric existence.
For lacking discipline one will never secure even one’s own well-being,
And so any thought of bringing benefit to others would be absurd.
27. The practice of all the bodhisattvas is to cultivate patience,
Free from any trace of animosity towards anyone at all,
Since any potential source of harm is like a priceless treasure
To the bodhisattva who is eager to enjoy a wealth of virtue.
28. The practice of all the bodhisattvas is to strive with enthusiastic diligence—
The source of all good qualities—when working for the sake of all who live;
Seeing that even śrāvakas and pratyekabuddhas, who labour for themselves alone,
Exert themselves as if urgently trying to extinguish fires upon their heads.
29. The practice of all the bodhisattvas is to cultivate concentration,
Which utterly transcends the four formless absorptions,
In the knowledge that mental afflictions are overcome entirely
Through penetrating insight suffused with stable calm.
30. The practice of all the bodhisattvas is to cultivate wisdom,
Beyond the three conceptual spheres, alongside skilful means,
Since it is not possible to attain the perfect level of awakening
Through the other five pāramitās alone, in wisdom’s absence.
31. The practice of all the bodhisattvas is to scrutinize oneself
Continually and to rid oneself of faults whenever they appear.
For unless one checks carefully to find one’s own confusion,
One might appear to be practising Dharma, but act against it.
32. The practice of all the bodhisattvas is never to speak ill
Of others who have embarked upon the greater vehicle,
For if, under the influence of destructive emotions,
I speak of other bodhisattvas’ failings, it is I who am at fault.
33. The practice of all the bodhisattvas is to let go of attachment
To the households of benefactors and of family and friends,
Since one’s study, reflection and meditation will all diminish
When one quarrels and competes for honours and rewards.
34. The practice of all the bodhisattvas is to avoid harsh words,
Which others might find unpleasant or distasteful,
Since abusive language upsets the minds of others,
And thereby undermines a bodhisattva’s conduct.
35. The practice of all the bodhisattvas is to slay attachment
And the rest—mind’s afflictions—at once, the very moment they arise,
Taking as weapons the remedies held with mindfulness and vigilance.
For once the kleshas have become familiar, they’ll be harder to avert.
36. In short, no matter what one might be doing,
By examining always the status of one’s mind,
With continuous mindfulness and alertness,
To bring about the good of others—this is the practice of all the bodhisattvas.
37. The practice of all the bodhisattvas is to dedicate towards enlightenment
All the virtue to be gained through making effort in these ways,
With wisdom that is purified entirely of the three conceptual spheres,
So as to dispel the sufferings of the infinity of beings.
Here I have set down for those who wish to follow the bodhisattva path,
Thirty-seven practices to be adopted by all the buddhas’ heirs,
Based on what is taught in the sūtras, tantras and treatises,
And following the instructions of the great masters of the past.
Since my intellect is only feeble and I have studied but a little,
This is not a composition likely to delight the connoisseurs,
Yet since I’ve relied upon the sūtras and what the saints have taught
I feel these are indeed the genuine trainings of the buddhas’ heirs.
Still, the tremendous waves of activity of the bodhisattvas
Are difficult for simple-minded folk like me to comprehend,
And I must therefore beg the indulgence of all the perfect saints
For any contradictions, irrelevancies or other flaws this may contain.
Through whatever merit has here been gained, may all beings
Generate sublime bodhicitta, both relative and absolute,
And through this, come to equal Lord Avalokiteśvara,
Transcending the extremes of existence and quiescence.
This was composed in Jewel Cave (Rinchen Puk) in Ngulchu by the monk Tokme, a teacher of scripture and reasoning, for his own and others’ benefit.
| Translated by Adam Pearcey, 2006.
ท่านเห็นแล้วว่าสรรพสิ่งทั้งปวงอยู่เหนือการเกิดและการดับสูญ
แต่ท่านก็ยังมุ่งมั่นเพื่อประโยชน์ของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ข้าพเจ้า ขอถวายความเคารพอย่างสูงสุด
แด่ท่าน อาจารย์ผู้ประเสริฐของข้าพเจ้า ผู้ซึ่งไม่อาจแยกจากพระอวโลกิตะได้
ด้วยกาย วาจา และใจ
พระพุทธเจ้าผู้สมบูรณ์แบบ ผู้เป็นแหล่งที่มาของบุญกุศลและความสุขทั้งปวง
เกิดขึ้นจากการปฏิบัติธรรมอันศักดิ์สิทธิ์
และเนื่องจากสิ่งนี้ขึ้นอยู่กับการรู้จักปฏิบัติธรรม ดังนั้นต่อไปนี้
ข้าพเจ้าจะบรรยายถึงการปฏิบัติธรรมของบรรดาผู้สืบเชื้อสายจากพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
1. การปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายคือการศึกษา ไตร่ตรอง และทำสมาธิ
อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยทั้งกลางวันและกลางคืน โดยไม่ละทิ้งความเกียจคร้าน
เพื่อปลดปล่อยตนเองและผู้อื่นจากมหาสมุทรแห่งสังสารวัฏนี้ และ
ได้มาซึ่งเรืออันประเสริฐ คือชีวิตมนุษย์ที่อิสระและเปี่ยมสุข ซึ่งหาได้ยากยิ่งนัก
2. การปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายคือการละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอน
ที่ซึ่งความผูกพันกับครอบครัวและเพื่อนฝูงถาโถมเข้ามาดุจกระแสน้ำเชี่ยวกราก
ขณะที่ความเกลียดชังศัตรูเดือดดาลอยู่ภายในดุจไฟที่ลุกโชน
และความมืดมิดแห่งความหลงผิดบดบังสิ่งที่ต้องรับเอาและละทิ้ง
3. การปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายคือการไปอยู่ในสถานที่เงียบสงบ
หลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่ดี เพื่อให้กิเลสตัณหาค่อยๆ จางหายไป
และเมื่อปราศจากสิ่งรบกวน การปฏิบัติธรรมก็จะเข้มแข็งขึ้นเองตามธรรมชาติ
ขณะที่เมื่อมีสติจดจ่ออย่างแน่วแน่ เราก็จะเกิดความเชื่อมั่นในคำสอน
4. หลักปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายคือการละทิ้งความกังวลในชีวิตนี้
เพราะมิตรสหายที่รู้จักกันมานานย่อมต้องแยกย้ายกันไป
ทรัพย์สินและสมบัติที่ได้มาด้วยความยากลำบากย่อมต้องทิ้งไว้เบื้องหลัง
และจิตสำนึกซึ่งเป็นแขกที่อาศัยอยู่ในกายย่อมต้องจากไปตามกาลเวลา
5. หลักปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายคือการหลีกเลี่ยงมิตรสหายที่เป็นอันตราย
เพราะมิตรสหายเหล่านั้นจะยิ่งทำให้กิเลสทั้งสามประการแห่งจิตใจทวีความรุนแรงขึ้น
และทำให้เราศึกษา ไตร่ตรอง และทำสมาธิน้อยลงเรื่อยๆ
จนความรักและความเมตตาจางหายไปจนหมดสิ้น
6. หลักปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายคือการทะนุถนอมมิตรสหาย
โดยถือว่ามิตรสหายเหล่านั้นมีค่ามากกว่ากายของตนเองเสียอีก
เพราะมิตรสหายเหล่านั้นคือผู้ที่จะช่วยขจัดความผิดบาปทั้งปวงของเรา
และทำให้คุณธรรมของเราเจริญงอกงามยิ่งขึ้นไปดุจดวงจันทร์ที่โคจรขึ้นเรื่อยๆ
7. หลักปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายคือการพึ่งพิงพระรัตนตรัย
เพราะพระรัตนตรัยจะทรงคุ้มครองผู้ที่วิงวอนขอพรเสมอ แล้ว
เหล่าเทพธรรมดาในโลกนี้จะช่วยเหลือใครได้เล่า
ตราบใดที่พวกเขายังติดอยู่ในวัฏสงสาร?
8. หลักปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายคือ การไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นอันตราย
แม้ว่าการไม่กระทำเช่นนั้นอาจทำให้ชีวิตของตนตกอยู่ในอันตรายก็ตาม
เพราะพระฤๅษีได้ทรงสอนไว้แล้วว่า การกระทำในทางลบจะส่งผลร้ายนำ
ไปสู่ความทุกข์ยากนานาประการในภพภูมิเบื้องล่าง ซึ่งยากจะทนรับได้
9. การปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายคือการมุ่งมั่นไปสู่เป้าหมาย
ซึ่งก็คือสภาวะสูงสุดแห่งการหลุดพ้นอันไม่เปลี่ยนแปลงและยั่งยืน
เพราะความสุขทั้งปวงในสามภพภูมิล้วนอยู่ได้เพียงชั่วขณะ
แล้วก็ดับไปอย่างรวดเร็ว เหมือนน้ำค้างบนใบหญ้า
10. การปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายคือการปลุกโพธิจิต
เพื่อให้สรรพสัตว์ทั้งหลายซึ่งมีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนได้หลุดพ้น
เพราะจะพบความสุขที่แท้จริงได้อย่างไร ในเมื่อมารดาของเรา
ผู้ซึ่งดูแลเรามาตลอดหลายยุคหลายสมัยต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนี้?
11. การปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายคือการแลกเปลี่ยน
ความสุขและความเป็นอยู่ที่ดีของตนเองกับความทุกข์ของผู้อื่น อย่างแท้จริง
เพราะความทุกข์ทั้งปวงเกิดจากการแสวงหาความสุขเพื่อตนเองเท่านั้น
ในขณะที่พุทธภาวะอันสมบูรณ์เกิดจากความปรารถนาดีต่อผู้อื่น
12. แม้ว่าผู้อื่นจะถูกครอบงำด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า มาขโมย
หรือยุยงให้ผู้อื่นเอาไปซึ่งทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่ข้าพเจ้ามีอยู่ ข้าพเจ้า
ก็จะอุทิศกาย ทรัพย์สมบัติ และบุญกุศลทั้งหมดของข้าพเจ้า
ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ให้แก่พวกเขาโดยสิ้นเชิง นี่คือการปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย
13. แม้ว่าผู้อื่นจะพยายามตัดหัวข้าพเจ้า
แม้ว่าข้าพเจ้าจะไม่ได้ทำอะไรผิดต่อพวกเขาเลยแม้แต่น้อย
ข้าพเจ้าก็รับเอา
ความทุกข์ยากทั้งหมดที่พวกเขาก่อไว้ด้วยความเมตตา นี่คือการปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย
14. แม้ว่าผู้อื่นจะกล่าวร้ายต่อโลกเกี่ยว
กับตัวข้าพเจ้าสารพัด แต่ข้าพเจ้าก็ควร
กล่าวถึงแต่คุณงามความดีของพวกเขาเป็นการตอบแทน
ด้วยจิตใจที่เปี่ยมด้วยความรัก นี่คือการปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย
15. แม้ว่าผู้อื่นจะเปิดเผยความผิดที่ซ่อนเร้นของข้าพเจ้า หรือเยาะเย้ยข้าพเจ้า
เมื่อกล่าวสุนทรพจน์ท่ามกลางผู้คนมากมาย ข้าพเจ้า
ก็ควรนับพวกเขาเป็นเพื่อนทางจิตวิญญาณ และกราบไหว้
ด้วยความเคารพ นี่คือการปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย
16. แม้ว่าผู้อื่นที่ฉันดูแลเหมือนลูกของตนเอง
จะหันมาต่อต้านและปฏิบัติต่อฉันเหมือนศัตรู ฉันก็
ยังคงมองพวกเขาด้วยความรักและความเมตตาเป็นพิเศษ
เหมือนแม่ที่ดูแลลูกที่เจ็บป่วย นี่คือหลักปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย
17. แม้ว่าผู้อื่นซึ่งมีฐานะเท่าเทียมหรือต่ำกว่าข้าพเจ้า
จะดูหมิ่นข้าพเจ้าด้วยความเย่อหยิ่ง ข้าพเจ้าก็ยัง
ให้เกียรติพวกเขาเช่นเดียวกับที่ให้เกียรติครูบาอาจารย์ของข้าพเจ้า
โดยการก้มศีรษะลงต่อหน้าพวกเขา นี่คือการปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย
18. แม้ว่าข้าพเจ้าจะยากจนและถูกดูหมิ่นเหยียดหยามจากคนทั้งปวง
ถูกรุมเร้าด้วยโรคร้ายและถูกรบกวนด้วยวิญญาณชั่วร้าย
ข้าพเจ้าก็ยังรับเอาความทุกข์และความชั่วช้าของสรรพสัตว์ทั้งหลายไว้
โดยไม่ท้อแท้เสียเลย นี่คือการปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย
19. แม้ว่าข้าพเจ้าจะมีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพนับถือของทุกคน
และร่ำรวยดุจพระไวศราวณะ เทพแห่งความมั่งคั่ง แต่
การได้เห็นความไร้สาระของเกียรติยศและทรัพย์สมบัติทั้งปวงในโลกนี้
และการไม่เย่อหยิ่ง คือหลักปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย
20. การปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายคือการปราบจิตใจ
ด้วยพลังแห่งเมตตากรุณา
เพราะหากไม่ปราบศัตรูที่แท้จริง คือความโกรธของตัวข้าพเจ้าเอง
ศัตรูภายนอก แม้ข้าพเจ้าจะปราบพวกมันได้ พวกมันก็จะยังคงปรากฏขึ้นมาอีก
21. การปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายคือการละทิ้ง
สิ่งต่างๆ ที่ก่อให้เกิดความปรารถนาและความยึดติด โดยทันที
เพราะความสุขทางประสาทสัมผัสเปรียบเสมือนน้ำเค็ม
ยิ่งเราลิ้มรสมากเท่าไร ก็ยิ่งกระหายมากขึ้นเท่านั้น
22. การปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายคือการไม่ยึดติดกับแนวคิด
ที่วนเวียนอยู่กับทวิภาวะระหว่างผู้รับรู้และสิ่งที่ถูกรับรู้
ด้วยความรู้ว่าปรากฏการณ์ทั้งหลายล้วนเป็นเพียงจิตเท่านั้น
ในขณะที่ธรรมชาติของจิตนั้นอยู่เหนือขอบเขตของความคิดต่างๆ ตลอดไป
23. หลักปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายคือการปล่อยวางความยึดติด
เมื่อพบเจอสิ่งต่างๆ ที่ตนรู้สึกพึงพอใจหรือน่าดึงดูดใจ
ให้ถือว่าสิ่งเหล่านั้นเปรียบเสมือนรุ้งในท้องฟ้าฤดูร้อน—
สวยงามเพียงภายนอก แต่แท้จริงแล้วปราศจากสาระสำคัญใดๆ
24. หลักปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย คือการตระหนักรู้ถึงความหลงผิด
เมื่อใดก็ตามที่ประสบกับความทุกข์หรือโชคร้าย
เพราะความทุกข์เหล่านั้นเปรียบเสมือนความตายของเด็กในความฝัน
และการยึดติดกับความหลงผิดว่าเป็นความจริงนั้นช่างเหนื่อยหน่ายยิ่งนัก
25. หลักปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายคือการให้ด้วยใจเอื้อเฟื้อ
โดยไม่หวังผลตอบแทนทางกรรมหรือคาดหวังรางวัลใดๆ
เพราะหากผู้ที่แสวงหาการตรัสรู้ต้องสละแม้กระทั่งกายของตนเองแล้ว
จะจำเป็นต้องกล่าวถึงสิ่งของหรือทรัพย์สินภายนอกใดๆ อีกเล่า?
26. การปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายคือการรักษาความยับยั้งชั่งใจทางศีลธรรม
โดยปราศจากเจตนาที่จะดำรงอยู่ในวัฏสงสารต่อไป
เพราะหากขาดความมีวินัยแล้ว ย่อมไม่อาจแม้แต่จะรักษาสุขภาวะของตนเองได้
ดังนั้นความคิดที่จะช่วยเหลือผู้อื่นจึงเป็นเรื่องไร้สาระ
27. การปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายคือการบำเพ็ญความอดทน
ปราศจากความขุ่นเคืองใดๆ ต่อผู้ใดทั้งสิ้น
เพราะสิ่งที่อาจก่อให้เกิดอันตรายนั้นเปรียบเสมือนขุมทรัพย์อันล้ำค่า
สำหรับพระโพธิสัตว์ผู้ปรารถนาจะเจริญคุณธรรม
28. การปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายคือการมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแรงกล้า ซึ่ง
เป็นแหล่งที่มาของความดีทั้งปวง เมื่อทำงานเพื่อประโยชน์ของสรรพชีวิตทั้งหลาย เพราะ
แม้แต่บรรดาสาวกและพุทธคุณทั้งหลายที่ทำงานเพื่อตนเองเท่านั้น
ก็ยังมุ่งมั่นราวกับพยายามดับไฟที่ลุกไหม้บนศีรษะของตนเองอย่างเร่งด่วน
29. การปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายคือการบำเพ็ญสมาธิ
ซึ่งเหนือกว่าสภาวะแห่งการพอพระทัยทั้งสี่ประการโดยสิ้นเชิง
ด้วยความรู้ที่ว่ากิเลสทั้งหลายย่อมถูกเอาชนะได้โดย
สิ้นเชิง ด้วยปัญญาอันเฉียบแหลมที่เปี่ยมด้วยความสงบมั่นคง
30. การปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายคือการบำเพ็ญปัญญา
เหนือกว่าสามขอบเขตแห่งความคิด ควบคู่ไปกับอุบายอันชาญฉลาด
เพราะหากปราศจากปัญญาแล้ว การบรรลุถึงระดับแห่งการตรัสรู้ที่สมบูรณ์นั้น ไม่อาจเป็นไปได้
ด้วยปารมิตาทั้งห้าประการเพียงอย่างเดียว
31. การปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายคือการตรวจสอบตนเอง
อย่างต่อเนื่องและขจัดความผิดพลาดเมื่อใดก็ตามที่ปรากฏขึ้น
เพราะหากไม่ตรวจสอบอย่างระมัดระวังเพื่อค้นหาความผิดพลาดของตนเอง
ก็อาจดูเหมือนกำลังปฏิบัติธรรม แต่กลับกระทำผิดต่อธรรมนั้น
32. หลักปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายคือ ห้ามพูดจาไม่ดี
เกี่ยวกับผู้อื่นที่ได้ก้าวเข้าสู่ยานใหญ่แล้ว
เพราะหากข้าพเจ้าพูดถึงความผิดพลาดของพระโพธิสัตว์อื่นภายใต้อิทธิพลของอารมณ์ที่ทำลายล้าง
ข้าพเจ้าเองนั่นแหละที่เป็นฝ่ายผิด
33. หลักปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย คือการละวางความยึดติด
กับครอบครัว มิตรสหาย และการศึกษา
เพราะการศึกษา การใคร่ครวญ และการทำสมาธิ จะลดน้อยลงไป
เมื่อทะเลาะวิวาทและแข่งขันกันเพื่อเกียรติยศและรางวัล
34. หลักปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายคือการหลีกเลี่ยงถ้อยคำที่รุนแรง
ซึ่งผู้อื่นอาจรู้สึกไม่พึงประสงค์หรือไม่ชอบ
เพราะถ้อยคำหยาบคายทำให้จิตใจของผู้อื่นปั่นป่วน
และบั่นทอนการประพฤติของพระโพธิสัตว์
35. การปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายคือการดับกิเลสตัณหา
และกิเลสอื่นๆ ในทันทีที่มันเกิดขึ้น
โดยใช้การเยียวยาด้วยสติและความระมัดระวังเป็นอาวุธ
เพราะเมื่อกิเลสเหล่านั้นคุ้นเคยแล้ว ก็จะยากต่อการขจัดออกไป
36. กล่าวโดยสรุป ไม่ว่าบุคคลใดจะกำลังทำอะไรอยู่ก็ตาม
โดยการพิจารณาสภาพจิตใจของตนอยู่เสมอ
ด้วยความระลึกรู้ระลึกและตื่นตัวอย่างต่อเนื่อง
เพื่อก่อให้เกิดความดีแก่ผู้อื่น นี่คือการปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย
37. การปฏิบัติของพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย คือการอุทิศ
คุณธรรมทั้งหมดที่ได้มาจากการพยายามในทางเหล่านี้ เพื่อการบรรลุธรรม
ด้วยปัญญาที่บริสุทธิ์จากกิเลสทั้งสาม
เพื่อขจัดความทุกข์ของสรรพสัตว์ทั้งหลาย
ณ ที่นี้ ข้าพเจ้าได้กำหนด
แนวทางปฏิบัติ 37 ประการ สำหรับผู้ที่ปรารถนาจะเดินตามทางแห่งพระโพธิสัตว์ ซึ่งบรรดาผู้สืบเชื้อสายจากพระพุทธเจ้าทั้งหลายควรปฏิบัติตาม โดย
อิงจากคำสอนในพระสูตร พระตันตระ และคัมภีร์ต่างๆ
และปฏิบัติตามคำแนะนำของบรรดาผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต
เนื่องจากสติปัญญาของข้าพเจ้านั้นอ่อนแอและข้าพเจ้าได้ศึกษามาเพียงเล็กน้อย
นี่จึงไม่ใช่บทประพันธ์ที่จะถูกใจผู้เชี่ยวชาญ
แต่เนื่องจากข้าพเจ้าได้ยึดมั่นในพระสูตรและคำสอนของบรรดานักบุญ ข้าพเจ้า
จึงรู้สึกว่านี่คือการฝึกฝนที่แท้จริงของผู้สืบทอดพระพุทธเจ้า
ถึงกระนั้น คลื่นแห่งการกระทำอันยิ่งใหญ่ของเหล่าพระโพธิสัตว์
ก็ยากเกินกว่าที่คนธรรมดาอย่างข้าพเจ้าจะเข้าใจได้
และด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าจึงต้องขออภัยโทษจากเหล่า圣徒ผู้บริสุทธิ์ทั้งหลาย
สำหรับความขัดแย้ง ความไม่เกี่ยวข้อง หรือข้อบกพร่องอื่นใดที่อาจมีอยู่
ด้วยบุญกุศลที่ได้สะสมไว้ในที่นี้ ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลายจง
เกิดโพธิจิตอันประเสริฐ ทั้งสัมพัทธ์และสัมบูรณ์
และด้วยเหตุนี้ จงบรรลุถึงความเสมอภาคกับพระอวโลกิเตศวร
ก้าวข้ามพ้นความสุดขั้วแห่งการดำรงอยู่และความสงบสุข
บทเพลงนี้ประพันธ์ขึ้นในถ้ำอัญมณี (รินเชน ปุก) ในหมู่บ้านงุลชู โดยพระภิกษุโทกเม ผู้สอนคัมภีร์และหลักเหตุผล เพื่อประโยชน์ของตนเองและผู้อื่น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น