วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2551

แม่กูสอน...น่าอ่านดีนะ

มีความหมายดีมากๆ จึงอยากให้อ่านด้วยกันครับ!

เพื่อน ๆ
บอกผมว่า
ทำไมมึงดูหน้าตาไม่ค่อยฉลาด
แต่เรียนเก่งจังวะ
ผมบอกเพื่อนผมว่า

แม่กูสอน
ให้ขยันแล้วก็ตั้งใจเรียน

เพื่อน ๆ ผมบอกว่า

ทำไมพอมึงมีตังค์
มึงชอบเอาไปทำบุญ แจกเด็ก เลี้ยงพระวะ
ผมบอกเพื่อนผมว่า

แม่กูสอน ให้รู้จักแบ่งปันคนอื่น
ถึงเราจะมีตังค์น้อย แต่ก็มีคนอื่นที่เขาลำบากกว่าเรา

เพื่อน ๆ ผมบอกว่า

ทำไมมึงชอบเล่นกีฬา
เล่นเป็นหลายอย่าง แล้วไม่เคยเห็นมึงป่วยนอนโรงพยาบาลเลยวะ
ผมบอกเพื่อนผมว่า

แม่กูสอน ให้กูออกกำลังกาย
จะได้แข็งแรง ไม่เจ็บ ไม่ป่วยง่าย ๆ เพราะเรามีตังค์น้อย เจ็บป่วยจะลำบาก

เพื่อน
ๆ ผมบอกว่า
ทำไมมึงอารมณ์ดี
ไม่เครียด ไม่โกรธใครบ้างเลยหรือไงวะ
ผมบอกเพื่อนผมว่า

แม่กูสอน
ให้เป็นคนอารมณ์ดี ทำให้คนที่อยู่ใกล้เรามีความสุข แล้วจะสบายใจกันทุกคน

เพื่อน
ๆ ผมบอกว่า
ทำไมมึงพูดกับคนอื่น ดูสุภาพ
อ่อนน้อม ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นลุงแก่ ๆ เป็นเด็กเสริฟอาหาร
หรือแม้แต่ขอทานที่มึงให้เศษตังค์แล้วเขาอวยพรให้มึง
ทำไมมึงต้องขอบคุณขอทานวะ
ผมบอกเพื่อนผมว่า

แม่กูสอน ให้พูดดี
ๆ กับทุกคน ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร เราพูดดี ๆ กับเขา เขาก็จะได้พูดดี ๆ กับเรา

เพื่อน ๆ
ผมบอกว่า
ทำไมพี่ ๆ น้อง ๆ มึงตั้งหลายคน
ทำไมรักใคร่กันดี ไม่เคยทะเลาะกันเลยวะ
ผมบอกเพื่อนผมว่า
แม่กูสอน
ให้พี่น้องรักกันทุกคน เพราะหมากับแมวที่อยู่บ้านเดียวกัน มันยังรักกันได้
ทำไมพี่น้องกัน
จะรักกันไม่ได้

เพื่อน
ๆ ผมบอกว่า
ทำไมมึงถึงรักชาติ รักแผ่นดิน
รักในหลวง มากมายนักวะ
ผมบอกเพื่อนว่า
แม่กูสอน
ให้กูสำนึกถึงบุญคุณของแผ่นดิน บุญคุณของพระมหากษัติรย์ ทุกพระองค์
แม่กูสอน
ให้กูรู้จักคำว่า จงรักภักดี ตั้งแต่กูยังไม่รู้ความหมาย จนทุกวันนี้ กูรู้แล้วว่า
คำว่า จงรักภักดี นั้น
ยิ่งใหญ่เพียงใด

เพื่อน
ๆ ผมบอกว่า
ทำไมแม่มึงถึงสอนอะไรมึงมากมายจังเลยวะ

ผมบอกเพื่อนว่า

ที่กูเป็นกูอยู่จนทุกวันนี้
ก็เพราะ ' แม่กูสอน'
แม่กูสอนอะไร
กูทำตามแม่กูสอนทุกอย่าง
มีอย่างเดียวที่แม่กูไม่ได้สอน
แต่กูทำ แล้วกูทำมาตั้งแต่เด็กแล้ว
แม่กูไม่ได้สอนให้รักแม่
แต่......กูรักแม่ว่ะ


ใครไม่รัก........แต่..........
กูรัก

ไม่มีความคิดเห็น: