วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

สหนก เบญจวิหก




ทายนิสัยของตัวคุณเองด้วยวิธีการ "อุซะ อุซะ"

ลองทำแบบสนุกๆไม่ต้องคิดมากครับ :-)

มารู้จักสมองของคนเรากันก่อน ?

ฝั่งขวา เนี่ยเป็นเรื่องของจิตนาการ, ความรู้สึก, สัญชาติญาณ สมองฝั่งนี้ทำให้ถนัดในการใช้จินตนาการ เก่งเรื่องศิลปะ และคิดค้น มักทำอะไรโดยไม่รู้สึกตัว ว่ากันว่าฝั่งขวามเป็นตัวควบคุมสัญชาตญาณ

ฝั่งซ้าย นั้นเป็นเรื่องของการคำนวณ, วิเคราะห์, เหตุผล ทำให้ถนัดด้านภาษาและคำนวณ คิดอะไรเป็นเหตุเป็นผล อิงกับหลักวิทยาศาสตร์ คิดอะไรเป็นขั้นเป็นตอน จัดการทุกเรื่องอย่างรอบคอบ และใช้เหตุผลก่อน
เริ่มทำการทดสอบตัวเองด้วยวิธีการ "อุซะ อุซะ" กันดีกว่าครับ ลองดุแบบสนุกๆไม่ต้องคิดมากครับ :-)

เริ่มต้นด้วยการสำรวจตัวเอง
1. ทำการประสานมือของท่านเข้าด้วยกัน หลังจากประสานมือแล้วให้สังเกตุว่านิ้วมือของท่านนิ้วไหนซ้อนทับนิ้วไหนนะครับ ?
เฉลยแบบสำรวจ
วิธีการนี้เป็นการทดสอบง่ายๆ เพื่อจะบอกความสามารถพิเศษในการรับรู้ข้อมูลจากภายนอกของท่านว่าใช้สมองฝั่งไหนรับข้อมูล
  • ถ้านิ้วโป้งมือซ้ายทับขวา คือ “อุ” เป็นคนที่ใช้สมองฝั่งขวาเป็นหลักในการรับข้อมูล 
  • ถ้านิ้วโป้งมือขวาทับซ้าย คือ “ซะ” เป็นคนที่ใช้สมองฝั่งขวาเป็นหลักในการรับข้อมูล
2. ทดสอบเอามือกอดอกของท่าน เพื่อจะดูว่าแขนไหนทับแขนไหน จะได้รู้ว่าเราส่งข้อมูลที่มีอยู่ออกไปด้วยสมองซีกไหน
  • ถ้าแขนขวาอยู่ล่าง คือ "อุ" เวลาท่านฟัง พูด คิด จะใช้สมองซีกขวาเป็นหลัก
  • ถ้าแขนซ้ายอยู่ล่าง คือ "ซะ" เวลาท่านฟัง พูด คิด จะใช้สมองซีกซ้ายเป็นหลัก
มาดูว่าคุณเป็นแบบไหน

"อุอุ" เป็นคนที่ใช้สมองซีกขวาเป็นหลักในการจัดการเรื่องราวต่างๆและการแสดงออกจะร่าเริงกระฉับกระเฉงเสมอ เป็นพวกดูแข็งๆ เพื่อนๆอาจจะบอกว่าเป็นคนตลก และเปลี่ยนแปลงง่ายพวก อุอุ เมื่อรู้สึกว่ามีอันตรายก็จะหนีอย่างเร็ว จึงไม่ค่อยจมอยู่กับปัญหาซักเท่าไหร่

"อุซะ" เป็นคนที่มักจะคอยสังเกตุถึงความรู้สึกถึงคนอื่น มักจะคิดถึงอีกฝ่ายว่า ปฏิบัติกับเขาให้ดีกว่านี้อีกจะเอาตัวเองออกรับก่อน เป็นคนใจอ่อนไม่ยอมพูดคำว่า ไม่ เด็ดขาด

"ซะอุ" เป็นคนอ่านบรรยากาศได้เก่ง ถนัดที่จะติดต่อสื่อสารกับคนอื่น เจอใครครั้งแรกก็จะสามารถเป็นมิตรได้อยู่ด้วยแล้วสบายใจ มักจะถูกยกให้เป็นลูกพี่จากพวกเดียวกัน เพราะคอยดูแลเป็นอย่างดีแต่บางครั้งก็จุ๊นเกินไป

"ซะซะ" เป็นคนที่ใช้สมองซีกซ้ายเป็นหลักในการจัดการเรื่องราวต่างๆและการแสดงออก ไม่ว่าอะไรจะคิดเป็นทฤษฎีพื้นฐานของเหตุผล เป็นพวกไม่แสดงออกทางความรัก มั่นใจในตัวเองมาก รักความยุติธรรมไม่ชอบการกระทำของคนที่เรื่อย ๆ เฉื่อย ๆ
และ 
สาวอุอุ คือ สาวนักผจญภัย อยากทำไปหมดทุกเรื่องแต่ก็มีเลินเล่อบ้าง เป็นสาวผู้ดูโดดเด่นที่สุดทำอะไรตามที่ใจตัวเองคิดอย่างมั่นใจ เป็นคนมีสไตล์เป็นของตัวเอง มักจะเป็นที่สนใจและชื่นชอบของคนรอบข้าง แต่ก็ยังมีจิตสำนึกของความเป็นหญิงอยู่ ดังนั้นจึงไม่ควรแสดงตัวตนออกไปตั้งแต่ตอนเจอกันครั้งแรกข้อดี คือ ทั้งความตั้งใจและการรัการผจญภัยนั้นมีเต็มเปี่ยม ถึงจะเผลอใจไปในทางที่ไม่ดีแต่ก็จะมีสติสามารถกลับตัวได้อย่างน่าประหลาดใจข้อเสีย คือถึงจะมีความมั่นใจสูงแต่ถ้าโดนกระทบแรงๆ ก็มีมุมที่อ่อนแอกะเค้าเหมือนกัน เป็นพวกที่พอทำอะไรแล้วรู้สึกผิดแต่ก็จะกลับไปทำอีกเสมอคำแนะนำ ลดความหลงตัวเองและความมั่นใจลงนิดนึงนะ ลองฟังคนรอบข้างดูบ้าง 
สาวอุซะ คือ กุลสตรีอ่อนโยน อ่อนไหวสมเป็นหญิง เป็นสาวอารมณ์อ่านไหว เดาใจความรู้สึกฝ่ายตรงข้ามด้วยสัญชาตญาณ และความสามารถเข้าถึงคนอื่นอย่างเนียนๆ แบบเป็นตัวของตัวเอง เป็นคนที่ไม่ชอบอยู่เบื้องหน้า แต่เป็นพวกที่เดินตามหลังคนอื่น และคอยช่วยเหลือ ปกติแล้วเป็นนักฟังที่ดี แต่กับคนที่สามารถเข้าถึงใจคุณได้ก็จะทำตัวเป็นเด็กขี้อ้อนในบางทีข้อดี ถ้าถูกไหว้วานให้ทำอะไรจะไม่กล้าปฎิเสธ เป็นคนจริงใจ และความรับผิดชอบสูง ถึงแม้ต้องลำบากแต่ก็เลือกจะดูแล และช่วยคนอื่นข้อเสีย อ่อนไหว ต่อคำอย่าง “ทำดีแล้วน่ะ” ไม่ก็“ขอบคุณ” เมื่อปักใจเชื่อใครก็จะไม่สงสัยอะไรเลย ดังนั้นถ้าถูกหักหลังจะเจ็บนานหน่อย คำแนะนำ ระวังจะถูกล้อเล่นกะความรู้สึก และจงแสดงความคิดเห็นของตัวเองบ้าง 
สาวซะอุ เป็นพี่สาวที่ชอบดูแลคนอื่น อ่านสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีเยี่ยม เป็นคนที่มีทั้งส่วนที่นิ่งเงียบสามารถวิเคราะห์บรรยากาศในตอนนั้นได้ และส่วนที่อบอุ่น สามารถดูแลและเข้าถึงจิตใจผู้อื่น ความนิ่งเงียบ แต่บางทีดูห้าวๆ นั้น ทำให้ใครๆ ก็มองว่าเป้นพี่สาวและมีแต่คนเข้ามาหาโดยไม่รู้ตัว แถมยังวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างแม่นยำอีกด้วย ทำให้สามารถเลือกอะไรดีๆ ให้ตัวเองได้เสมอข้อดี เข้ากับคนง่าย ไปงานไหนก็เข้ากับเขาได้หมด สามารถสร้างบรรยากาศให้สนุกได้ ดังนั้นมักจะเป็นที่ชื่นชอบของคนรอบข้างอยุ่เสมอข้อเสีย มักจะดูแลคนอื่นจนเกินความจำเป็นบางทีอาจจะเป็นการก้าวก่ายคนอื่นเกินไปโดยไม่รู้ตัวก็ได้ข้อแนะนำ ระวังจะโดนรำคาญเพราะดูแลมากไป และอย่าไปคิดเล็กคิดน้อยกับคำพูดหรือการกระทำของคนอื่น จะทำให้หงุดหงิดเปล่าๆ 
สาวซะซะ คุณคือหัวหน้าผู้ชาญฉลาด และไม่ประมาทในทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องอะไรก็จะหาทางออกด้วยวิชาการ มีลักษณะคล้ายผู้ชาย ทั้งความเย่อหยิ่งสูง และซื่อตรง ดังนั้นถ้าเป็นพวกเดียวกันล่ะก็เชื่อถือกันได้แน่ๆ แต่ถ้าเป็นศัตรูกันละก็รังควาญกันไม่เลิกเลย กับคนที่เจอกันครั้งแรกนั้นอาจดูเข้าถึงได้ยาก มีความสามารถที่จะแสดงความน่ารักออกมาได้อย่างดีข้อดี มีสมองปราดเปรื่องดังนั้นเมื่อคนเห็นคุณกำลังคุยเรื่องที่เป็นวิชาการก็จะทึ่งและนับถือ ชอบอะรที่เนี้ยบ ไร้ที่ติข้อเสีย เพราะเป็นคนจริงจังจึงไม่ถนัดการปั้นหัวเราะ อาจปล่อยออร่าความตึงเครียดออกมาได้บางทีอาจเย็นชาใส่คนที่ตามไม่ทันกับเรื่องที่คุณพูดคำแนะนำ เพราะชอบสั่งสอนเทศน์คนอื่น ถ้าแสดงออกมากไปจะโดนรำคาญได้ไม่ว่าเรื่องอะไรก็มักจะใช้หลักการเป็นหลัก ลองปล่อยวางทำตัวสบายๆ ดูบ้างก็ดีนะ 
หนุ่มอุอุ เมื่อตัดสินใจแล้วก็มุ่งมั่น หนุ่มมองโลกในแง่บวก ซื่อตรงไร้เดียงสา ดูเหมือนจะเป็นคนไม่มีลับลมคมใน ด้านความรักมักจะตกหลุมรักทันที แล้วก็คิดเข้าข้างตัวเองอยู่เสมอว่าสาวต้องชอบตัวเองแน่ๆ และถ้าไฟรักโหมกระพือแล้วล่ะก็ จะขนร้อยแปดพันวิธีไปชนะใจให้ได้ แต่มักจะหลงใหลตัวเองมากกว่าที่จะอยากให้ฝ่ายตรงข้ามหันมาสนใจ ไม่ค่อยอยากนอกใจ โกหกไม่เก่ง แถมอกหักแล้วฟื้นตัวได้เร็วอีกต่างหาก เป็นประเภที่เข้าใจได้ง่ายจริงๆ  
หนุ่มอุซะ เป็นหนุ่มโรแมนติกที่ถือเรื่องรักเป็นเรื่องสำคัญ ภายนอกดูเท่ห็ และเหมือนไม่ค่อยคิดถึงจิตใจคนอื่น แต่จริงๆ แล้วเป็นคนอารมณ์บอบบางอ่านไหว และเป็นพี่ชายที่ชอบดูแลคนอื่น ถึงทำเป็นเก็ก แต่จริงๆ แล้วมีจิตใจใสสะอาดนะ เขาเป็นคนที่อยากได้รับความรัก และอยากเป็นที่สนใจมากกว่าคนอื่นเป็นเท่าตัว เมื่อคบกันไปแล้ว คุณจะได้พบรสชาติความรักที่เข้มข้น แต่ขณะเดียวกันก็มักจะเรียกร้องจากอีกฝ่ากมากเกินไป จนเกิดหึงหวงกันด้วยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ได้เป็นคนที่รักใครรักจริง ดังนั้นถึงจะเลิกกันไปแล้วก็มักจะเหลือเยื่อใยอยู่ 
หนุ่มซะอุ เป็นหนุ่มที่คิดว่าถ้ามีโอกาสบ้างจะเป็นฝ่ายรุก เป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี แต่จะเลือกคบคนที่ดูเป็นผู้ใหญ่ โดยจะวางระยะห่างไว้พอประมาณ มักจะสนใจว่า “สามารถรักกับคนนี้ได้มั้ย” หรือ “คนนี้จะหันมาชอบเรามั้ย” มากกว่าที่จะดูว่าตัวเองชอบคนนี้จริงๆ หรือเปล่า เพราะว่าจะเข้าหาเฉพาะคนที่ดูว่าน่าจะคบด้วยได้ ดังนั้นถึงจะมีคุณหนูไฮโซเข้ามาใกล้ แต่ก็มักจะไม่ทำอะไรเลย แต่ถ้าสาวคนนั้นเข้ามาติดกับเขาแล้วหล่ะก็เข้าจะให้คำพูดหวานหยด เพื่อจีบเธอ โดยพื้นฐานเป็นคนไม่ชอบการต่อสู้ ดังนั้นเหมาะสำหรับที่จะมีความรักยาวนานแบบเรียบๆ 
หนุ่มซะซะ เป็นหนุ่มสามัญสำนึก ชอบไล่ตามจินตนาการที่วาดไว้ เป็นคนที่มีสามัญสำนึก และจิตใจที่มั่นคง ดังนั้นจึงค่อยๆ คบไปที่ละก้าว เป็นประเภทที่ชอบอ่านหนังสือแนะนำความรัก โดยทั่วไปแล้วไม่เชียวชาญเรื่องรักเท่าไหร่ ว่าเครื่องจะร้อนก็ต้องใช้เวลา ถึงจะเป็นแค่รักข้างเดียวก็ตาม ถ้าปักใจชอบใครแล้ว จะมั่นคงรักเดียวเท่านั้น แต่อีกด้านเขาจะวาดภาพผู้หญิงในอุดมคติไว้เสียดิบดี ดังนั้นถ้าความรักไม่เป็นไปตามที่คิดละก็ อาจคิดมากจนเครียด หนุ่มประเภทนี้มักจะวิ่งหนีผู้หญิงที่ธรรมดาบ้านๆ ทั่วไป

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2558

คมคำ

อย่าให้ความคิดของคนอื่น มาบงการชีวิตของเรา

จงสร้างภาระเท่าที่คุณจะสามารถจัดการกับมันได้


วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2558

ชีวิตคุณมีเพียงขณะเดียว

A: อยากทำอะไรบ้างไหมครับ
Q: ผมจำไม่ได้แล้วว่าผมอยากอะไร การมีชีวิตอยู่โดยปราศจากความอยากเป็นอีกด้านหนึ่งของชีวิตที่ผมไม่เคยสัมผัสมาก่อน เหมือนอีกด้านนึงของดวงจันทร์ที่ไม่เคยเห็น ถึงวันนี้ผมไม่มีความอยาก ชีวิตมันคงกำหนดชะตากรรมเอาไว้ เราเพียงแต่ให้ความร่วมมือกับมันเท่านั้น

A: ทุกวันนี้มีความสุขอยู่กับอะไรครับ
Q: ไร้ความกังวล สิ้นไร้ความทะเยอทะยานไม่มีศัตรูคู่อาฆาต ความอยากในการบรรลุธรรมก็ไม่มีแล้ว เหล่านี้อาจจะพอเรียกว่าองค์ประกอบของความสุขครับ

A: ชอบให้คนมาเยี่ยมไหมครับ
Q: มีคนมาเยี่ยมก็ดีครับ จะได้สนทนากัน ถ้าไม่มีคนมา ก็เป็นโอกาสที่ดีจะได้ปฏิบัติภาวนา ได้ฝึกความรู้สึกตัวครับ

A: ยังภาวนาสม่ำเสมอไหมครับ 
Q: ผมไม่ได้ปฏิบัติตามรูปแบบนานแล้วครับ มีสติเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ไม่มีสติก็คือมีสติ พอเรารู้ตัวว่าไม่มีสติ นั่นก็คือสติ ตลอดเวลาจึงเป็นการปฏิบัติภาวนา ถ้ามีสติก็รู้สึกตัว ถ้าสติหลุดแล้วก็รู้สึกตัวเหมือนกันครับ ทั้งสองอย่างคือการภาวนา การปฏิบัติธรรมต้องไม่ดิ้นรน ถ้าไม่รู้ตัวจะดิ้นรน ถ้ารู้ตัวก็จะหยุดได้ครับ

A: กลัวตายไหมครับ
Q: เมื่อตัวเองใกล้ตายมากขึ้นเช่นนี้ ผมจะเล่นตลกไม่ได้อีกแล้ว หลวงปู่ชาบอกให้อยู่ใกล้ความตายมากๆ แล้วทุกอย่างจะดีเองครับ ความตายเป็นสิ่งที่เราวิตกกังวลกับมันมากเกินไปครับ

A: การอยู่ใกล่้ความตายดียังไงครับ
Q: ขนพองสยองเกล้า มันน่ากลัวครับ เวลาเข้าใกล้มันขนาดขนบนหัวยังตั้งชัน จิตมันตื่นครับ เพราะกลัวตาย มันดูไม่น่ารักนัก แต่พลังบริสุทธิ์ของมันมีครับ ความตายเป็นเรื่องที่ดี เพราะพอเราเข้าใกล้ มันจะช่วยเตือนในเรื่องเหลงไหลทั้งมวลครับ

A: หากเราไม่มีความอยากอะไรหลงเหลืออยู่แล้ว เราจะมีชีวิตไปทำไมครับ
Q: ผมไม่รู้เหมือนกันครับ 

รู้สึกตัว คือรู้ชัดโดยไม่ต้องตั้งคำถาม โดยไม่ต้องรู้อะไรเลย

A: อยากให้มอบคำสอนบางอย่างให้ผมครับ
Q: รู้สึกตัวครับ สิ้งนี้สำคัญมาก ผมรอดชีวิตมาได้เพราะความรู้สึกตัวครับ หมั่นฝึกบ่อยๆ ฝึกเล่นๆ แต่ฝึกจริงๆ ครับ คือฝึกอย่างจริงจังแต่อย่าไปคร่ำเคร่งกับมันมาก แต่ตั้งใจฝึกนะครับ คนเราชอบมองข้ามความสำคัญของการรู้สึกตัว

ความจริง อยู่ที่นี่ เดี๋ยวนี้นี่เอง

บทสนทนาระหว่าง
A: นิ้วกลม
Q: เขมานันทะ

บางส่วนบางตอนจากหนังสือ เหตุใดเราจึงยังมีชีวิตอยู่ โดยนิ้วกลม

วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2558

นักก่อกำแพง

นักก่อกำแพง
โดย นิ้วกลม
กาลครั้งหนึ่งไม่นานมานี้
ยังมีมนุษย์เงินเดือน
ทำงานงกงกทุกเดือน
ใครตักใครเตือนก็ไม่ฟัง
เริ่มต้นจากความสนุก
จนมาเป็นทุกข์ในหนหลัง
เมื่อสุขภาพเริ่มผุผัง
เมื่อความสัมพันธ์เริ่มจืดจาง
ตาจ้องคอมพ์จนเป็นต้อ
พี่น้องแม่พ่อเหินห่าง
มิตรสหายห่างหายไร้ร้าง
รอยยิ้มความเบิกบานจางลง
ทำงานหนัก ยิ่งนับวัน ยิ่งหนัก
ไม่ได้พัก อยู่ในตึกพิศวง
มีพนักงานเดินวนงงงง
หลงอยู่ในเขาวงกตแห่งเงินเดือน
ตอนแรกทำด้วยความสนุก
ตอนหลังความสุขคล้อยเคลื่อน
บ้างคิดเพียงเพิ่มเงินเดือน
บ้างการเลื่อนขั้นคือเส้นชัย
จากเคยทำงานเพื่อทำงาน
กลายเป็นทำเพื่อบ้านหลังใหญ่
กลายเป็นทำเพื่อของกินของใช้
กลายเป็นอยากได้รถแพงแพง
กลายเป็นหาเงินเพื่อรักษาสุขภาพ
ต้องซื้อกองทุนชื่อแผลงแผลง
เพื่อนำหลักฐานไปแสดง
หักลบและกลบภาษี
กลายเป็นทำงานแล้วอ้างลูก
อยากให้ลูกมีชีวิตที่ดีดี
แต่สิ่งที่ลูกอยากมี
พ่อแม่กลับมีให้ไม่เพียงพอ
สิ่งนั้นก็คือเวลา
พ่อแม่กลับมาหยอกล้อ
นั่งกินข้าวหัวเราะเยินยอ
ลูกได้แต่นั่งรอกดไอแพด
มนุษย์เงินเดือนอยากเป็นอิสระ
อยากชนะหลุดจากกรงขัง
แต่กำแพงเงินเดือนมันสูงจัง
ยากที่จะพังมันลงมา
ยิ่งทำ ยิ่งก่อ ก็ยิ่งสูง
ยิ่งพูน ยิ่งเพิ่ม เป็นอภิมหา
กำแพงเงินเดือนมหึมา
ใครเล่าจะกล้าทุบมันทิ้ง
จึงติดอยู่กับกำแพงเงินเดือน
ไม่ยอมลดเลื่อนหลายสิ่ง
ไลฟ์สไตล์หรูหรายากจะทิ้ง
หลายสิ่งต้องใช้เงินซื้อ
รสนิยมสูงตามเงินเดือน
ดินเนอร์กับเพื่อน รถรา มือถือ
กำแพงที่สองของมนุษย์เงินเดือนนั้นคือ
รสนิยมที่เพิ่งก่อขึ้นมา
สองกำแพงขนาบชีวิต
ต้องติดอยู่ในนั้นแหละหนา
หากลดกำแพงหนึ่งลงมา
อีกหนึ่งไม่ช้าย่อมลดลง
อิสระห่างแค่กำแพงกั้น
อิสระนั้นใช่อะไรที่ไหน
อิสระจากสายตาใครใคร
อยู่ เที่ยว กิน ใช้ ในแบบเรา
ใช้น้อยก็ไม่ต้องหาหนัก
ได้พัก ได้เพื่อน ได้ลูกเต้า
กำแพงเงินเดือนที่โอบล้อมเรา
มั่นคง–
แต่ก็กักขังเราไปพร้อมกัน.
…