วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569

How to Reinvent Yourself in 2026 | Being Well

 

In our New Year’s episode, ‪@RickHanson‬ and I make the case that most resolutions fail because they focus on the wrong things: outcomes and behaviors rather than key values. We explore how we can identify our important values, embrace caring about them, and start to let them change our behavior. I talk about how we can differentiate authentic values from “conditions of worth,” and Dr. Rick shares a number of ways to get more in touch with what matters to you. Topics include translating “shoulds” into values, experiencing more autonomy and agency, creating personal narratives, and finding your “stance toward the year.”

 ในตอนพิเศษต้อนรับปีใหม่นี้ Being Well Podcast และ @RickHanson‬  ได้พูดถึงประเด็นที่ว่า ปณิธานปีใหม่ส่วนใหญ่ล้มเหลวเพราะมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่ไม่ถูกต้อง นั่นคือ ผลลัพธ์และพฤติกรรม มากกว่าค่านิยมหลัก เราจึงได้สำรวจวิธีการระบุค่านิยมที่สำคัญของเรา ยอมรับและใส่ใจในค่านิยมเหล่านั้น และเริ่มปล่อยให้ค่านิยมเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเรา ผมจะพูดถึงวิธีการแยกแยะค่านิยมที่แท้จริงออกจาก “เงื่อนไขของความมีคุณค่า” และดร.ริคจะแบ่งปันวิธีการต่างๆ ที่จะช่วยให้เราเข้าถึงสิ่งที่สำคัญสำหรับเรามากขึ้น หัวข้อต่างๆ ได้แก่ การเปลี่ยน “สิ่งที่ควรทำ” ให้เป็นค่านิยม การมีอิสระและความสามารถในการตัดสินใจมากขึ้น การสร้างเรื่องราวส่วนตัว และการค้นหา “จุดยืน” ของเราต่อปี

การเปลี่ยนแปลงมุมมอง (Perspective) และคุณค่าภายใน (Internal Values) เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีความหมายและยั่งยืน เพราะสิ่งเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น "จุดกำเนิด" ของพฤติกรรมและการตัดสินใจทั้งหมดของเรา จากข้อมูลในแหล่งอ้างอิง การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยเราได้ในประเด็นสำคัญดังนี้ครับ:

1. การเปลี่ยนสมการชีวิตจาก "การมี" สู่ "การเป็น" (From 'Having' to 'Being') คนส่วนใหญ่มักตั้งเป้าหมายด้วยแนวคิดที่กลับด้าน คือเริ่มจากสิ่งที่อยาก "มี" (Have) เช่น เงินหรือการยอมรับ เพื่อที่จะได้ "ทำ" (Do) สิ่งต่างๆ และหวังว่าสุดท้ายจะรู้สึก "เป็น" (Be) สุขหรือมีความหมาย. แต่แนวทางที่ยั่งยืนกว่าคือการเริ่มจาก "สภาวะของการเป็น" (State of Being) หรือคุณค่าภายในที่เรายึดถือเสียก่อน. เมื่อเราเริ่มจากความรู้สึกภายในที่เป็นรางวัลในตัวเอง (Intrinsic Value) การกระทำต่างๆ จะหลั่งไหลออกมาตามธรรมชาติ และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เราต้องการในที่สุด. การมุ่งเน้นที่สภาวะของการเป็น (State of Being) นี้ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตมากกว่าการมุ่งเน้นเพียงผลลัพธ์ภายนอกอย่างเกรดเฉลี่ยหรือเรซูเม่.

2. การสร้าง "จุดยืน" (Stance) ที่กำหนดพฤติกรรมโดยอัตโนมัติ คุณค่าภายในประกอบกับโลกทัศน์ (Worldview) จะรวมกันเป็น "จุดยืนต่อชีวิต" (Stance toward life),.

  • พฤติกรรมไหลลื่นจากจุดยืน: หากเรามีจุดยืนหรือแนวคิดเกี่ยวกับตนเอง (Self-concept) ที่ชัดเจน พฤติกรรมของเราจะสอดคล้องกับสิ่งนั้นโดยไม่ต้องใช้ความพยายามฝืนใจมากนัก,. เช่น หากเรามองว่าตนเองเป็นคนมีความเมตตา เราก็จะแสดงออกอย่างอ่อนโยนโดยอัตโนมัติ.
  • การมองโลก: หากเราปรับมุมมองว่าโลกเป็นสถานที่ที่เกื้อกูลและเต็มไปด้วยโอกาส แทนที่จะมองว่าเป็นสถานที่อันตราย จุดยืนและการกระทำของเราก็จะเปลี่ยนจากความหวาดระแวงไปสู่การเปิดกว้างและสร้างสรรค์.

3. การแยกแยะ "เงื่อนไขแห่งคุณค่า" ออกจาก "คุณค่าที่แท้จริง" หลายครั้งที่เราไม่มีความสุขเพราะเราใช้ชีวิตตาม "เงื่อนไขแห่งคุณค่า" (Conditions of Worth) ซึ่งเป็นความเชื่อที่รับมาจากภายนอกว่าเราต้องทำบางอย่างเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ. การเปลี่ยนแปลงภายในช่วยให้เราแยกแยะได้ว่าสิ่งไหนคือ "ทองคำของคนโง่" (Fool's gold values - ค่านิยมจอมปลอม เช่น การอวดสถานะ) และสิ่งไหนคือ "คุณค่าจากใจจริง" (Heart values),. การใช้ชีวิตตามคุณค่าที่แท้จริง (เช่น การค้นหาความจริง, การช่วยเหลือผู้อื่น, หรือความสุข) จะทำให้เรารู้สึกว่าได้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าและไม่รู้สึกเสียดายในภายหลัง,.

4. ความยั่งยืนของแรงจูงใจ (Sustainable Motivation)

  • ลดการลงโทษตัวเอง: การตั้งเป้าหมายแบบเดิมมักมาพร้อมกับคำว่า "ฉันควรจะ" (I should) ซึ่งแฝงด้วยการลงโทษตัวเองและทำให้หมดไฟได้ง่าย. แต่เมื่อเราเชื่อมโยงกับคุณค่าภายใน (เช่น เปลี่ยนจาก "ฉันต้องทำงานหนัก" เป็น "ฉันให้คุณค่ากับการเคารพตนเองและความเชี่ยวชาญ") มันจะกลายเป็นแรงผลักดันเชิงบวกที่ยั่งยืนกว่า,.
  • ถูกดึงดูดแทนที่จะผลักดัน: การใช้ชีวิตตามคุณค่าภายในจะให้ความรู้สึกเหมือนเราถูกดึงดูดด้วย "เชือกสีทองแห่งจุดมุ่งหมาย" (Invisible cord of golden light) ซึ่งต่างจากการต้องคอยผลักดันตัวเองให้ปีนขึ้นเขาอย่างยากลำบาก,.

5. การเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอนได้ดีขึ้น ชีวิตเต็มไปด้วยสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ แต่ถ้าเรามี "เหตุผลในการมีชีวิตอยู่" (Why) ที่มีความหมาย เราจะสามารถอดทนต่อความยากลำบากได้. การมีจุดยืนที่ชัดเจนช่วยให้เราตัดสินใจได้ว่าในแต่ละสถานการณ์ (เช่น ท่ามกลางพายุ) เราควรให้ความสำคัญกับอะไรมากที่สุด เช่น การรักษาชีวิตเพื่อนร่วมทีม หรือการพิชิตยอดเขา.

โดยสรุป การเปลี่ยนแปลงมุมมองและคุณค่าภายในช่วยให้เราไม่ต้องไล่ตามความสำเร็จภายนอกเพื่อเติมเต็มความรู้สึก แต่ให้เราเริ่มต้นจากความรู้สึกเติมเต็มภายใน แล้วปล่อยให้การกระทำและความสำเร็จงอกงามออกมาจากจุดนั้น ซึ่งเป็นวิถีชีวิตที่ลื่นไหล จริงใจ และยั่งยืนกว่าครับ

 

เงื่อนไขแห่งคุณค่า (Conditions of Worth)
ตามแนวคิดของ Carl Rogers คือกฎเกณฑ์หรือความคาดหวังจากผู้อื่นที่บุคคลรับเข้ามาเป็นบรรทัดฐานในการดำเนินชีวิต เชื่อว่าตนเองจะมีคุณค่าหรือได้รับการยอมรับ (ความรัก ความเอาใจใส่) ก็ต่อเมื่อทำตามเงื่อนไขนั้นๆ ได้สำเร็จ ซึ่งมักนำไปสู่ความไม่สอดคล้องระหว่างตัวตนที่แท้จริง (Real Self) กับตัวตนที่อยากเป็น (Ideal Self) และสร้างความวิตกกังวล 
รายละเอียดเงื่อนไขแห่งคุณค่า (Conditions of Worth):
  • นิยาม: เป็นสิ่งที่บุคคลเรียนรู้ว่า "ฉันจะถูกรัก/ยอมรับ ก็ต่อเมื่อ..." (เช่น ฉันต้องเรียนเก่ง, ฉันต้องไม่ร้องไห้, ฉันต้องเชื่อฟัง)
  • ที่มา: เกิดจากการได้รับความรักแบบมีเงื่อนไข (Conditional Positive Regard) จากคนสำคัญในชีวิต เช่น พ่อแม่ ครู เพื่อน ซึ่งทำให้เด็กซึมซับค่านิยมเหล่านั้นมาเป็นมาตรฐานของตนเอง
  • ผลกระทบ:
    • ตัวตนไม่สอดคล้อง: เกิดช่องว่างระหว่างสิ่งที่รู้สึกจริงๆ (Real Self) กับสิ่งที่ต้องแสดงออกเพื่อเป็นที่ยอมรับ (Ideal Self)
    • การบิดเบือนประสบการณ์: บุคคลอาจบิดเบือนหรือปฏิเสธความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอง หากความรู้สึกนั้นไม่ตรงกับเงื่อนไขแห่งคุณค่า
    • ความวิตกกังวล: เมื่อไม่สามารถทำตามเงื่อนไขได้ จะเกิดความไม่มั่นใจและเห็นคุณค่าในตนเองต่ำ
  • การแก้ไข (ทัศนคติเชิงบวกแบบไม่มีเงื่อนไข): Rogers เสนอให้ใช้การยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข (Unconditional Positive Regard) คือการยอมรับในตัวตนของบุคคลนั้น โดยไม่นำพฤติกรรมหรือเงื่อนไขใดๆ มาเป็นตัวกำหนดค่า เพื่อให้บุคคลสามารถพัฒนาศักยภาพตนเองได้อย่างเต็มที่ 
เงื่อนไขเหล่านี้เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาตนเองและการเป็นบุคคลที่สมบูรณ์ (Fully Functioning Person) ตามแนวคิดจิตวิทยามานุษยนิยมของโรเจอร์ส 
 
Conditions of worth refer to the implicit and explicit expectations, rules, roles, and standards an individual must meet to gain acceptance, positive regard, respect, care, and love from significant others. They reflect our core beliefs about what makes us valuable and lovable.
 
เงื่อนไขแห่งคุณค่า หมายถึง ความคาดหวัง กฎเกณฑ์ บทบาท และมาตรฐานทั้งโดยนัยและโดยชัดแจ้ง ที่บุคคลต้องปฏิบัติตามเพื่อให้ได้รับการยอมรับ การยกย่อง การดูแล และความรักจากบุคคลสำคัญอื่นๆ สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความเชื่อหลักของเราเกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้เรามีคุณค่าและน่ารัก
 
 

ตามที่คาร์ล โรเจอร์ ส นักจิตวิทยาแนวมนุษยนิยม กล่าวไว้ สภาวะแห่งคุณค่าในตนเองพัฒนาขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นของชีวิต โดยอาศัยการยอมรับและความเห็นชอบในเชิงบวกจากบุคคลสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่

เราเรียนรู้ว่าพฤติกรรม บุคลิกภาพ หรือความสำเร็จบางอย่างมักจะได้รับคำชม ความรัก และการยอมรับจากผู้อื่น ในขณะที่วิธีการอื่น ๆ มักจะได้รับคำวิจารณ์ การลงโทษ หรือการปฏิเสธ

สภาวะแห่งคุณค่าเกิดขึ้นเมื่อการยอมรับในเชิงบวกจากบุคคลสำคัญนั้นมีเงื่อนไข เมื่อบุคคลรู้สึกว่าในบางแง่มุมตนเองได้รับการยกย่องและในบางแง่มุมไม่ได้รับการยกย่อง ค่อยๆ ทัศนคตินี้จะถูกหลอมรวมเข้ากับความซับซ้อนของความเคารพตนเอง และเขาจะให้คุณค่ากับประสบการณ์ในเชิงบวกหรือลบก็ต่อเมื่อได้รับเงื่อนไขแห่งคุณค่าเหล่านี้มาจากผู้อื่นเท่านั้น ไม่ใช่เพราะประสบการณ์นั้นช่วยเสริมสร้างหรือบั่นทอนความเป็นอยู่ของเขา

(โรเจอร์ส, 1959, หน้า 209)

ในวัยเด็ก เราต้องการความรักและการยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไขจากผู้ดูแลเพื่อพัฒนาความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเองอย่างมีสุขภาพดี อย่างไรก็ตาม พ่อแม่มักแสดงความชื่นชมเมื่อลูกประพฤติตัวในแบบที่ต้องการ และงดเว้นการแสดงความรักเมื่อลูกประพฤติตัวไม่ดี

เมื่อเวลาผ่านไป เด็กๆ จะซึมซับมาตรฐานของพ่อแม่เหล่านี้เป็นพื้นฐานของความภาคภูมิใจในตนเอง พวกเขาเรียนรู้ที่จะเห็นคุณค่าในตนเองก็ต่อเมื่อปฏิบัติตามความคาดหวังเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับพฤติกรรมเท่านั้น

การนำ มาตรฐานของผู้อื่นมาใช้กับตนเองนั้นเรียกว่า การรับเอาเงื่อนไขแห่งคุณค่ามาครอบงำ

 

ไม่มีความคิดเห็น: