วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2552

แต่งงานเพื่ออะไร

แต่งงานเพื่ออะไร

บทความโดย นพ.สุกมล วิภาวีพลกุล / ภาควิชาจิตเวชศาสตร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์


ในฐานะผู้ชายดีๆ ที่หายากคนหนึ่ง ผมรู้สึกเห็นใจสตรีเพศจริงๆครับ
… ช่วงเวลาในการเลือกคู่ของเธอทั้งหลายช่างสั้นยิ่งนัก
เพราะช่วงอายุขัยของวัยสาวเริ่มผลิบานเมื่อประมาณ
13 ปี แล้วมาสุดเขตแดนเมื่อวัยสามสิบ…
วันเกิดครบรอบ
30 จึงเป็นตัวเลข! แห่งความสะเทือนขวัญ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนก…
หลายคนไม่อยากพูดถึง คนอื่นก็ไม่ควรเอ่ยปากด้วย
… ถือเป็นมารยาทสังคมอย่างหนึ่ง ยกเว้นพวกมีวาจาเป็นอาวุธ
ที่ชอบถามว่า
'ปาอะไรเอ่ยที่ผู้หญิงกลัวที่สุด ' เฉลย ' ปาเข้าไปสามสิบยังไม่มีผัว ' …
ใครดันถาม มันผู้นั้นสมควรตาย


ตอนเรียนหนังสือเป็นนักเรียนนักศึกษา
คุณพ่อคุณแม่ก็สอนนักสอนหนาว่า
'
อย่าริรักในวัยเรียน ' 'ตั้งใจเร ียนหนังสือให้ดี จบแล้วค่อยมีแฟน '
ทั้งๆ ที่ไอ้ตอนเรียนหนังสือมีโอกาสพบปะเพศตรงข้ามมากหน้าหลายตา

ก็หาได้สนใจไม่ เป็นคนประเภท
' รักไม่ยุ่ง มุ่งแต่เรียน '
ทุ่มเทชีวิตให้แก่การศึกษา
…เมื่อเติบใหญ่เราจะได้มีวิชา เป็นเครื่องหาเลี้ยงชีพสำหรับตน

หลังจบการศึกษา ประกอบสัมมาอาชีวะ ขณะเดียวกันก็ใช้เวลาว่าง
เลือกสรร ควานหา ผู้จะมาเป็นเจ้าบ่าวในอนาคต
ตั้งสเปกว่าต้องได้แฟนหนุ่มประเภท ซูเปอร์เพอร์เฟค
อย่างวิลลี่ แมคอินทอชหรือจอห์นนี่ แอนโฟเน่ หรืออย่างน้อยๆ
ก็ต้องมาดแมนแฮนซั่ม หล่อล่ำดำขรึม ถึง
จะได้มาตรฐาน… ไอ้ประเภทหุ่นอัฟริกา หน้าติมอร์
อย่าได้สะเออะหน้ามาให้เห็น
…ไม่มีทางได้แอ้มหรอก

จากวันเป็นเดือน - จากเดือนเป็นปี ความรักไม่มีวี่แววคืบหน้าแม้วันเวลา


ผ่านไป
… เพราะที่ทำงานทั้งห้องมีผู้ชายอยู่แค่ 5 คน -
เจ้านายก็! มีเมียแล้ว
… ไม่อยากตกเป็นภรรยาบุญธรรม
สองคนดันเป็นเกย์
… อีกคนยังลังเลอยู่ว่าจะเป็นดีหรือเปล่า…
คนสุดท้ายเป็นชายแท้

แต่กำลังถูกแย่งตัวระหว่างเกย์สองคนอยู่

ไม่อยากเข้าไปเป็นมือที่สาม
…นั่งรถมาทำงาน ก็สองชั่วโมงครึ่ง
กลับอีกสองชั่วโมงสี่สิบนาที กลับถึงบ้าน
หมดสิ้นกำลัง ขอนอนเอาแรงก่อน.........

ขณะที่งีบหลับอย่างสนิท ภาพในความฝันที่เธอเห็นคือ
สถาบันการศึกษาที่เธอจบมา…
แหล่งที่มีเพศตรงข้ามชุกชุม เธอหวนรำลึกนึกถึงผู้ชายดีๆ
ที่เขาเคยอุตส่าห์มาเฝ้าตามจีบ ตามง้อตามตื้อ
แล้วเราเล่นตัวจนเคยตัว ในที่สุดผลประโยชน์ตกอยู่ที่เพื่อนสนิท
เป็นที่เรียบร้อย…
แหม ! ไม่น่าเลย ยิ่งคิดยิ่งเสียดายจริงจริ๊ง
…ตื่นพอดี เจอโลกแห่งความจริง

ดำเนินชีวิตไปแต่ละวัน ยิ่งเข้าหน้าหนาว
ซองสีชมพูกลิ่นหอมๆ จากเพื่อนๆ
เริ่มทยอยมา ตามหลังซอง กฐินซองผ้าป่าที่เพิ่งหมดฤดูกาล
… พอไปในงาน ดันเจอคำถามสะกิดใจอีกว่า
'
เมื่อไรจะถึงคิวแจกการ์ดของตัวบ้างล่ะ'...
'
โถ! การ์ดแต่งงานน่ะพิมพ์เสร็จแล้ว เหลือแต่ชื่อเจ้าบ่าวที่ยังไม่ได้เลือกว่าจะเป็นใคร
เพราะครั้งนี้เขาเปลี่ยนระบบเลือกตั้งใหม่
ยังงงๆ เรื่องปาร์ตี้ลิสต์อยู่เลย'
เอ๊ะ
…เกี่ยวอะไรกัน!…ในใจก็คิดว่า 'ก็ฉันอยู่เป็นโสดนี่มันไม่ดียังไง หนักกระบาลใครรึเปล่า'

เคยตั้งคำถามกันไหม
…ว่าทำไมต้องแต่งงาน (กันด้วย!)…
คำตอบจากเพื่อนๆ ที่แต่งงานแล้วหรืออยากจะแต่งงานอาจมีหลากหลาย
…
'
อยู่คนเดียวมันว้าเหว่ อยากมีใครสักคนไว้แก้เหงา ' …
รายนี้เห็นผู้ชาย เป็นตัวคลายเหงา

'
รายได้ไม่พอใช้ หาคนช่วย (หาเงิน) ' …
ผมกลัวมาช่วยผลาญเงินมากกว่า

'
อยากมีลูก ก็ต้องหาพ่อก่อนสิ '…
เกิดได้ลูกแล้วจะทิ้งพ่อรึเปล่าเนี่ยะ

'
โรงงานพร้อมแล้ว ขาดผู้ประกอบการ'…
เจ้าของคำตอบกำลังหาผู้ร่วมลงทุนฯลฯ


อันว่า
' ชีวิตคู่ ' อยู่ไปเพื่อสิ่งใด ?
ชีวิตคู่ คือ การเติมเต็มซึ่งกันและกัน

ดังนั้นเมื่อมีชีวิตสมรสแล้ว

ครึ่งหนึ่งของ ชีวิตเราจะหายไป


ในส่วนที่ขาดจะมีครึ่งชีวิตของอีกฝ่ายมาเติมแต่งแห่งพื้นที่ว่างนั้น

ขณะที่ครึ่งชีวิตของเราที่หาย ก็มิได้สูญสลายไปไหน

มันก็ไปเติมที่ว่างของคู่เรานั่นเอง


จุดมุ่งหมายของ! การแต่งงานคือ

การใช้ชีวิตคู่ให้มีความสุขมากขึ้นและมีชีวิตที่ดีขึ้น

เมื่อเป็นสามีภรรยาแล้วต้องมีความสุขมากกว่าตอนอยู่คนเดียว

ถ้าตอนอยู่ด้วยกันแล้ว มีแต่ความทุกข์
ความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน
ก็ไม่รู้ว่า จะแต่งงานไปหาพระแสงดาบคาบค่ายที่ไหน
… อยู่คนเดียวมันส์กว่า

ชีวิตคู่ต้องเกื้อกูลกันและกัน ความก้าวหน้าของสามี ภรรยาต้องมีส่วน

อย่างน้อยก็ปลอบใจในยามที่สามีเครียดจากการงาน

ชีวิตภรรยาถ้าไม่คิดเอาดี ในทางโลกก็เจริญในทา
งธรรม
กำลังใจต้องได้จากสามีเช่นกัน อย่างน้อยก็อย่าหาทุกข์มาสุมเพิ่ม
…
ถ้าคู่รักของเราประกอบมิจฉาอาชีวะ ติดเหล้า
เล่นการพนัน โกงบ้านกินเมือง
ชีวิตอีกฝ่ายก็เหมือนตก นรกทั้งเป็น


เพราะฉะนั้นเวลาเลือกแฟน แทนที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องรูปร่างหน้าตา

ฐานะการเงิน ยี่ห้อรถเก๋งที่ใช้อยู่ ฯลฯ

เปลี่ยนเป็นเงื่อนไขแค่สองข้อที่จำแสนง่าย
คือ
หนึ่ง - สุขใจยามอยู่ใกล้ชิด

สอง - คู่ช่วยคิดชีวิตก้าวหน้า

เพราะชีวิตคู่คือการเติมเต็มชีวิตแก่กันและกัน
หาใช่เป้าหมายเพื่อการเสริม เพิ่มความเสียว เพราะอยู่คนเดียวก็เสียวได้ ไม่ง้อใครให้เสียเวลา

ไม่เสียชาติเกิดหรอกครับ ถ้าคุณจะใช้ชีวิตเป็นโสด

ถือคติประจำใจว่า
'อยู่เป็นโสด ดีกว่ามีผัวเลว '

ไม่มีความคิดเห็น: